5 ยารักษาสิว ยอดนิยม

รวม 5 ยารักษาสิว ที่เจอบ่อย

ยาทารักษาสิว ถือเป็นด่านแรกและหัวใจสำคัญในการเริ่มต้นรักษาปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวผด หรือสิวอักเสบ ทว่าในปัจจุบันมีตัวยาทารักษาสิวให้เลือกซื้ออย่างแพร่หลายในท้องตลาด จนทำให้คนไข้หลายคนเกิดความสับสนว่า สิวที่เรากำลังเป็นอยู่ควรเลือกใช้ยาตัวไหน? ยาแต่ละตัวออกฤทธิ์แตกต่างกันอย่างไร? และทำไมทาแล้วบางครั้งถึงรู้สึกแสบแดงหรือผิวลอกมากกว่าเดิม

การรักษาสิวให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย จำเป็นต้องเข้าใจกลไกการทำงานของยาแต่ละชนิดอย่างถูกต้อง เพราะยาทาสิวบางตัวเน้นการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในขณะที่บางตัวเน้นการผลัดเซลล์ผิวและละลายสิ่งอุดตัน หากเลือกใช้ผิดประเภทหรือใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม นอกจากสิวจะไม่หายแล้ว ยังอาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคืองจนสิวเห่อรุนแรงขึ้นได้

ในบทความนี้ ProDerma Clinic ได้รวบรวม 5 กลุ่มยาทารักษาสิวหลัก ที่แพทย์เฉพาะทางผิวหนังนิยมใช้ในการรักษา พร้อมเจาะลึกข้อดี กลไกการทำงาน และข้อควรระวังสำคัญที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มใช้ เพื่อช่วยให้คุณดูแลผิวและจัดการปัญหาสิวได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ

5 ยาทาสิวยอดนิยม ต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้อย่างไร?

ยาทาสิวเป็นหนึ่งในแนวทางพื้นฐานของการรักษาสิว แต่คำว่า “ยาทาสิว” ไม่ได้หมายถึงยาชนิดเดียว เพราะยาแต่ละกลุ่มออกฤทธิ์ต่างกัน บางชนิดเน้นลดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับสิว บางชนิดช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ขณะที่บางผลิตภัณฑ์รวมตัวยามากกว่าหนึ่งชนิดไว้ด้วยกันเพื่อดูแลทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ

ตัวอย่างยาที่พบได้บ่อย ได้แก่ Benzac ซึ่งมีตัวยา benzoyl peroxide, Differin ซึ่งมี adapalene, Epiduo ซึ่งรวม adapalene และ benzoyl peroxide รวมถึง Aklief ซึ่งมี trifarotene ในกลุ่ม topical retinoid ส่วน Robaz มี metronidazole ซึ่งมักนำมาใช้ในโรคผิวหนังบางชนิดที่มีตุ่มแดงหรือการอักเสบ โดยเฉพาะภาวะ rosacea จึงไม่ควรเหมารวมว่าตุ่มแดงบนใบหน้าทุกชนิดคือสิวและใช้ยาชนิดเดียวกันทั้งหมด

แม้ยาทาสิวหลายชนิดจะมีประโยชน์ แต่การเลือกยา ความถี่ และลำดับการทาต้องพิจารณาจากชนิดของสิว ความรุนแรง สภาพผิว ตำแหน่งที่เป็น และยาหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้อยู่ การใช้ยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองหลายชนิดพร้อมกันโดยไม่มีแผนที่เหมาะสม อาจทำให้ผิวแห้ง แดง แสบ ลอก หรือเกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง จนไม่สามารถใช้ยาได้ต่อเนื่อง

ดังนั้น ผู้ที่มีสิวเรื้อรัง สิวอักเสบจำนวนมาก สิวเป็นก้อน สิวเริ่มทิ้งรอยแผลเป็น หรือใช้ยาทาแล้วไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อแยกชนิดของสิวและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

สำคัญมาก: ยาทาสิวไม่ควรใช้ตามกันโดยไม่ประเมินผิว

ยาทาสิวแต่ละชนิดมีกลไกและข้อควรระวังต่างกัน โดยเฉพาะยากลุ่ม retinoid เช่น adapalene และ trifarotene รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มี benzoyl peroxide ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้ง แดง แสบ หรือลอกได้ในช่วงเริ่มต้น การทาปริมาณมากหรือใช้หลายชนิดพร้อมกันไม่ได้ทำให้สิวหายเร็วขึ้น แต่อาจเพิ่มการระคายเคืองจนต้องหยุดการรักษา

  • ไม่ควรใช้ Benzac ร่วมกับ Epiduo ซ้ำกันเอง เพราะ Epiduo มี benzoyl peroxide อยู่แล้ว
  • ไม่ควรใช้ Differin, Epiduo และ Aklief พร้อมกัน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มี topical retinoid
  • ควรเริ่มจากความถี่ต่ำ ทาบาง ๆ และเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะผิวอาจไวต่อแสงและเกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ยารักษาสิวทุกชนิด โดยเฉพาะยากลุ่ม retinoid
  • หากมีผื่นบวม แสบมาก ตุ่มน้ำ หรือระคายเคืองรุนแรง ควรหยุดใช้และพบแพทย์
Edit Template

ตารางเปรียบเทียบยาทาสิว 5 ชนิด

ตารางนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของยา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์

หัวข้อ Benzac Robaz Epiduo Aklief Differin
ตัวยาสำคัญ Benzoyl peroxide Metronidazole Adapalene + benzoyl peroxide Trifarotene Adapalene
กลุ่มยา ยาต้านเชื้อที่เกี่ยวข้องกับสิวและช่วยลดการอุดตัน ยาต้านจุลชีพและลดการอักเสบบางชนิด ยาผสม 2 กลไก Topical retinoid Topical retinoid
จุดเด่น ช่วยลดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับสิวอักเสบและลดการอุดตัน ช่วยลดตุ่มแดงและการอักเสบในโรคผิวหนังบางชนิด โดยเฉพาะ rosacea ดูแลทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบในผลิตภัณฑ์เดียว ใช้ดูแลสิวบริเวณใบหน้า หน้าอก และหลังได้ตามข้อบ่งใช้ ช่วยลดการอุดตันและป้องกันการเกิดสิวใหม่
เหมาะกับปัญหา สิวอักเสบและสิวอุดตันบางประเภท ตุ่มแดงหรือผื่นอักเสบที่แพทย์วินิจฉัยว่าเหมาะสม ไม่ใช่ยาหลักสำหรับสิวทั่วไปทุกชนิด ผู้ที่มีทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบร่วมกัน สิวอุดตันและสิวอักเสบบริเวณใบหน้าหรือลำตัว สิวอุดตัน สิวขึ้นซ้ำ และสิวอักเสบระดับไม่รุนแรงถึงปานกลาง
ช่วงเวลาที่มักใช้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของแพทย์ ตามคำสั่งแพทย์ อาจใช้วันละ 1–2 ครั้ง โดยทั่วไปวันละครั้ง ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไปวันละครั้ง ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไปวันละครั้ง มักใช้ช่วงเย็นหรือก่อนนอน
ข้อควรระวังเด่น อาจทำให้แห้ง แสบ แดง ลอก และฟอกสีผมหรือผ้าบางชนิด ควรใช้ตามการวินิจฉัย ไม่ควรใช้แทนยารักษาสิวมาตรฐานด้วยตนเอง มีทั้ง adapalene และ benzoyl peroxide จึงไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกันซ้ำโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจแห้ง แดง แสบ ลอก และควรหลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ อาจแห้ง แดง แสบ ลอก และควรหลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์
จุดที่ไม่ควรใช้ซ้ำ ไม่ควรทาซ้ำกับ Epiduo เองโดยไม่มีแผนจากแพทย์ ต้องเลือกใช้ตามโรคที่วินิจฉัย ไม่ควรใช้ซ้ำกับ Benzac, Differin หรือ Aklief เอง ไม่ควรใช้พร้อม Differin หรือ Epiduo เอง ไม่ควรใช้พร้อม Epiduo หรือ Aklief เอง
หมายเหตุ:
วิธีใช้จริงอาจแตกต่างกันตามความเข้มข้น รูปแบบยา สภาพผิว และแผนการรักษาของแพทย์ ไม่ควรปรับความถี่ เพิ่มปริมาณ หรือผสมยาหลายชนิดด้วยตนเอง ผลการรักษาและการระคายเคืองแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ยารักษาสิว ที่เราเห็นกันได้บ่อยๆ และช่วยเรื่องสิวได้ดี หลักๆมี 5 ตัว คือ Benzac, Robaz, Epiduo, Differin, และ Aklief

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

ยารักษาสิว

1. Benzac – ตัวช่วยสลายสิวอักเสบ

Benzoyl Peroxide ใช้ทารักษาสิว ฆ่าเชื้อแบคที่รีย สาเหตุของสิวอักเสบ และใช่รักษาสิวอุดต้นได้ด้วยเช่นกัน ทำให้หัวสิวหลุดออกจากตุ่มสิว

ถ้าพูดถึงยาสิวที่หลายคนคุ้นเคยที่สุดก็น่าจะเป็น Benzac นี่แหละ ซึ่งความเข้มที่เราเห็นมีจำหน่ายกันโดยทั่วไปจะมีหลายแบบ แต่ที่เรานิยมกัน คือ 2.5%

Benzac คือ ยาอะไร

Benzac (เบคแซค) คือชื่อทางการค้าของยาทารักษาสิว ซึ่งมี Benzoyl Peroxide (BP) ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอุดตันในรูขุมขน เหมาะ สำหรับการรักษาสิวที่อักเสบหรือมีหัวหนอง

ขนาด: ปกติขนาดของตัว Benzac 2.5% คือ 60 กรัม (ราคา 409 บาท)

Benzac ช่วยอะไรได้บ้าง

  • ลดการอักเสบของสิว
  • ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า จากส่วนผสมของ Acrylates Copolymer เพื่อควบคุมการผลิตของต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนัง

Benzac เหมาะกับใคร

  • หน้ามัน
  • มีสิวอุดตัน สิวอับเสบ สิวหนอง

ข้อความระวังในการใช้ Benzac

ในประเทศไทยจะมีการจำหน่าย Benzac ในระดับความเข้มข้น 2.5% และ 5% การออกฤทธิ์ของตัวยาแทบไม่แตกต่างกัน ซึ่ง % ที่มากกว่าไม่ได้หมายความว่ามันรักษาสิวดีกว่าหรือได้ผลมากกว่าเสมอไป แต่ % ความเข้มข้นที่มากกว่า จะมีผลต่อความระคายเคืองผิวมากกว่า คนผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายควรเลือกที่ 2.5% เพื่อป้องกันการระคายเคือง และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังก่อนการใช้ยา

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

วิธีใช้ Benzac

ใช้ทาก่อนล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน (เช้าและเย็น) โดยจะทา Benzac ทิ้งไว้ 5 – 30 นาที ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการใช้ สภาพผิวหน้าและระดับความเข้มข้นของยาที่ใช้ โดยหลีกเลี่ยงบริเวณรอบตวงตา ริมฝีปาก และซอกจมูก

  • สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ Benzac : แนะนำใช้ที่ความเข้มข้น 2.5% ทา Benazc ตรงบริเวณสิวอักเสบ ทิ้งไว้ 5 – 10 นาที ก่อนล้างออก หากไม่แสบ แห้ง ลอก หรือระคายเคือง ให้เพิ่มเวลาในการทาทิ้งไว้ได้
  • สำหรับผู้ที่ใช้ Benzac เป็นประจำ : ทา Benazc ทิ้งไว้ 15 – 30 นาที ก่อนล้างออก

ประโยชน์และสรรพคุณของ Benazc

  • มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีตัวยา Propionibacterium acnes (P. acnes) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว ทำให้สิวที่อักเสบแห้ง ตกสะเก็ด และหลุดลอก
  • มี Acrylate Copolymer (AC) เป็น copolymer ที่จะปล่อย Glycerin มีส่วนช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และช่วยให้ผิวดูดซับไขมันส่วนเกิน ที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบและสิวอุดตันอีกด้วย

ข้อควรระวัง ในการใช้ Benzac

  • หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ปาก และร่องจมูก และบริเวณที่มีผิวบาง เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคือง
  • บางผู้ใช้ อาจจะเกิดผิวแสบในช่วงแรกที่เริ่มใช้ ผิวแห้งตึง หน้าแดง หรือผิวลอก โดยหากมีการเหล่านี้ให้ล้างออก ลดระยะเวลาในการทาทิ้งไว้ ทาครีมบำรุงเพิ่มขึ้น
  • หากเกิดผื่นคัน หน้าไหม้ หน้าลอกอย่างรุนแรง ควรหยุดยาและพบแพทย์ผิวหนังทันที

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

2. Robaz – ตัวช่วยลดการอักเสบแบบอ่อนโยนกว่า

Robaz จริง ๆ คือ Metronidazole แบบทาผิว

ยาฆ่าเชื้อสิว รักษา โรคอื่นๆที่มีตุ่มคล้ายสิวได้ด้วย

Metrozidazole (Robaz) Gel คือ อะไร

Metrozidazole (Robaz) Gel 0.75% คือ ตัวยา Metronidazole ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวอักเสบ สิวหนอง และยังช่วยลดอาการบางอย่างของโรคทางผิวหนังได้ เช่น ผื่นแดงที่เกิดจากเส้นเลือดขยายตัว (Rosacea) ซึ่งการใช้ยาเพื่อรักษาโรคทางผิวหนังนั้นควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง (คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

ขนาด:  30 กรัม       (ราคาปกติ 566 บาท)

วิธีใช้

แต้มบริเวณที่เป็นสิว วันละ 2 ครั้ง เช้า และ เย็น โดยไม่จำเป็นต้องล้างออก (ยกเว้นเกิดการระคายเคือง แสบ แดง สามารถล้างออกได้)

  1. ล้างหน้าให้สะอาด
  2. แต้มยาบริเวณที่เป็นสิว วันละ 2 ครั้ง (เช้าและเย็น) โดยไม่จำเป็นต้องล้างออก
  3. หากเกิดการระคายเคือง แสบ หรือหน้าแดงมาก สามารถล้างออกได้

ข้อควรระวัง ในการใช้ Metrozidazole (Robaz)

  • หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ปาก และร่องจมูก และบริเวณที่มีผิวบาง เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคือง
  • บางผู้ใช้ อาจจะเกิดผิวแสบในช่วงแรกที่เริ่มใช้ ผิวแห้งตึง หน้าแดง หรือผิวลอก โดยหากมีการเหล่านี้ให้ล้างออก ทาครีมบำรุงเพิ่มขึ้น
  • หากเกิดผื่นคัน หน้าไหม้ หน้าลอกอย่างรุนแรง ควรหยุดยาและพบแพทย์ผิวหนังทันที

ดีตรงไหน?

  • ช่วยลดการอักเสบของผิว
  • เหมาะกับสิวแดง ๆ แบบระคายเคือง

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

3. Epiduo – ตัวคู่หูที่ทั้งลดอุดตัน + ลดอักเสบ

Epiduo คือการจับคู่ของ Adapalene + Benzoyl Peroxide ในหลอดเดียว

Epiduo คือ อะไร (ขนาดยาปกติที่สามารถพบได้: 15g)
♦ Epiduo มีส่วนผสมหลักของ Epiduo คือ Adapalene 0.1% และ Benzyl peroxide 2.5% ทำให้มันมีความสามารถในการรักษาสิวที่เหมือนๆกับ Benzac และ Differin ร่วมกัน
♦ ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี ฆ่าเชื้อ P. Acne ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอักเสบ ช่วยผลัดเซลผิวทำให้สิวแห้งเร็ว หลุดลอกได้ง่าย
♦ ส่วน Adapalene เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามิน A การทำงานก็จะใกล้เคียงกับกรดวิตามิน A ซึ่งนิยมใช้ในการรักษาสิว แต่จะมีความอ่อนโยนกว่ามาก และสามารถช่วยลดการอุดต้นของสิว ลดการเกิดสิวอุดตันได้ดี ลดการอักเสบ และยังช่วยลดการสร้างไขมันของรูขุมขน ซึ่งทำให้หน้ามันน้อยลง

♦ Epiduo จะเหมาะกับคนที่เป็นทั้งสิวอักเสบและสิวอุดต้นพร้อมๆกัน.

ขนาด: ขนาด 15g   (ราคาปกติ 783 บาท)

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

วิธีการใช้ Epiduo:
♦ ให้ทาให้ทั่วหน้าตรงบริเวณที่เป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบ
♦ ทาก่อนนอน สามารถทาทิ้งไว้ได้โดยไม่ต้องล้างออก
♦ แต่ถ้าใครทาทิ้งไว้แล้วรู้สึกว่าแสบหน้ามากๆซึ่งอาจเกิดจากการที่ผิวหน้ายังไม่ชินกับตัวยา อาจทาทิ้งไว้สัก 15 นาที่แล้วล้างออกก่อน ทำแบบนี้ไปสัก 1 สัปดาห์เพื่อให้ผิวหน้าเคยชิน จากนั้นค่อยกลับมาลองทาทิ้งไว้ทั้งคืนอีกครั้ง อาการแสบหน้าที่ว่านะจะหายไปได้

ข้อดีของ Epiduo By Galderma

  • มีขนาด 15g
  • เนื้อเป็นเจล ซึมได้ง่าย
  • รุ่นใหม่จะเป็นขวดปั๊ม เพื่อสะดวกในการใช้งาน และลดการปนเปื้อนหลังจากการเปิดใช้

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

4. Aklief – เรตินอยด์รุ่นใหม่ สำหรับทั้งหน้าและตัว

Aklief เป็นเรตินอยด์ตัวใหม่ (ชื่อ Trifarotene) ซึ่งลดปัญหาความระคายเคือง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ

Aklief (อะไคลฟ์) เป็นครีมรักษาสิวที่มีตัวยาออกฤทธิ์ใหม่ชื่อ Trifarotene ซึ่งอยู่ในกลุ่ม retinoid ใช้สำหรับรักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ รวมถึงสิวบริเวณหน้า หน้าอก และหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการรักษาที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

ขนาด: ขนาด 30 กรัม  (ราคาปกติ 1,800 บาท)

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

✅ สรรพคุณ

  • ลดสิวอุดตันและสิวอักเสบ

  • ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน

  • ลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวยุบเร็วขึ้น

  • ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

ตัวยาสำคัญใน Aklief คือ:

  • Trifarotene 0.005%: เรตินอยด์รุ่นใหม่ที่ออกฤทธิ์เฉพาะต่อผิวหนัง ลดการระคายเคืองเมื่อเทียบกับเรตินอยด์รุ่นเก่า

✅ วิธีการใช้

  1. ล้างหน้าและซับผิวให้แห้ง

  2. ทาครีมบาง ๆ เฉพาะบริเวณที่มีสิว วันละ 1 ครั้งก่อนนอน

  3. ใช้ปริมาณพอเหมาะ ไม่ควรทาหนามากเกินไป

  4. กลางวันควรทาครีมกันแดด เนื่องจากผิวอาจไวต่อแสงแดดมากขึ้น

✅ ข้อควรระวัง

  • ใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

  • อาจเกิดอาการข้างเคียง เช่น ผิวแห้ง แดง แสบ หรือเป็นขุยในช่วงแรก

  • หลีกเลี่ยงการใช้หากกำลังตั้งครรภ์ และควรปรึกษาแพทย์หากให้นมบุตร

  • ห้ามใช้ร่วมกับยาทาผิวที่มีฤทธิ์รุนแรง เช่น benzoyl peroxide หรือกรดผลไม้ โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

  • ช้สำหรับรักษาสิวในผู้ที่มีอายุ 9 ปีขึ้นไป
  • หากมีอาการระคายเคืองรุนแรง ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

จุดเด่นคือ…

  • ช่วยเรื่องสิวอุดตัน สิวอักเสบ
  • ใช้ได้ทั้งหน้าและลำตัว

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

5. Differin – เรตินอยด์ยอดฮิตของสายรักษาสิว

Differrin.   ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ  คือ Adapalene  (อาดาพาลีน) 0.1%

ขนาด: ขนาด 30 กรัม (ราคาปกติ 930 บาท)

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

ชื่อการค้าของยา อาดาพาลีน (Adapalene) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ ใช้รักษาสิว โดยเฉพาะสิวอุดตันและสิวอักเสบ
ผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับกลุ่มเรตินอยด์ตัวอื่น เช่น อาการแห้ง แดง ลอก ระคายเคืองน้อยกว่า โดยทั่วไปใช้ทาบางๆ บริเวณที่เป็นสิววันละ 1 ครั้งก่อนนอน และต้องทากันแดดในตอนเช้าเป็นประจำ 

วิธีใช้
    • ความถี่: ทาวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
    • ปริมาณ: ทาบางๆ ทั่วบริเวณที่เป็นสิว หรือทั่วใบหน้า
    • ตำแหน่งที่ต้องเลี่ยง: หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก และร่องจมูก
    • วิธีการทา: หลังจากล้างหน้าและทาครีมบำรุงผิวอื่นๆ แล้ว ให้ทายาบางๆ
    • ข้อควรระวัง:
      • แสงแดด: หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและควรทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงในตอนเช้าเสมอ เพราะตัวยาไวต่อแสง
      • สิวเห่อช่วงแรก: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจมีสิวอุดตันผุดขึ้นมามากกว่าปกติ ซึ่งเป็นอาการปกติที่เรียกว่า “ผลักสิว” ให้ใช้ยาต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองใน 6-8 สัปดาห์
      • การใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว เช่น กรดซาลิไซลิก หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์
  • ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
    • ผู้ที่มีผิวบอบบางมาก อาจลองผสมยาเล็กน้อยกับครีมบำรุงผิวในอัตราส่วน 1:1 เพื่อลดการระคายเคืองได้
    • หน้าแห้ง ลอก แดงได้
    • หากมีอาการระคายเคืองมาก เช่น แดง ลอก มากเกินไป อาจลองทาทิ้งไว้เพียง 30 นาทีแล้วล้างออกก่อน
    • อย่าเพิ่งใช้ร่วมกับสครับหรือโทนเนอร์แรง ๆ
    • ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้
ข้อควรระวังพิเศษ
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: ห้ามใช้ เนื่องจากตัวยาอาจดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเป็นอันตรายต่อทารกได้ ควรหยุดใช้ยาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์

ช่วยเรื่องอะไร?

  • ลดการอุดตัน ลดอักเสบ
  • เหมาะกับสิวเรื้อรัง สิวขึ้นซ้ำบ่อย

(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

บทสรุปของการทายาสิว

  • ยาแนวเรตินอยด์ (Differin, Epiduo, Aklief) ใช้แล้วอาจจะมีอาการลอก–แห้ง–แดงช่วงแรก เป็นเรื่องปกติ
  • ถ้าระคายเคืองมากจนทนไม่ได้ ให้ล้างออก และอาจหยุดใช้ก่อนแล้วปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางด้านผิวหนัง
  • จำไว้ว่าครีมกันแดดคือเพื่อนซี้ของทุกตัวยาพวกนี้
  • ห้ามผสมยาหลายตัวมั่ว ๆ เด็ดขาด เพราะอาจทำให้หน้าแสบยกกำลังสอง (ปรึกษาคุณหมอก่อนดีที่สุดนะคะ)
proderma bangkok

ติดต่อนัดหมายแพทย์เฉพาะทางผิวหนังได้ที่

โทรศัพท์ : 088-0410888, 02-2796587, 02-6198407, 086-5684144

Email : clinicproderma@gmail.com

Line Official Account: @proderma

Facebook : Proderma

Instagram (IG) : Proderma

Tiktok : @prodermaclinic

About Us

BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL

Map

Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400

ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙

Quick Links

Edit Template
Shopping Cart
Scroll to Top