รู้จักกล้ามเนื้อ Mentalis วิธีฉีดที่ถูกต้อง ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิด และวิธีแก้ไข
ทำไมคางถึงย่นเป็นรอยขรุขระ
ถ้าเวลาเม้มปากหรือพูดแล้วคางเป็นรอยขรุขระเหมือนผิวส้ม (peau d’orange หรือ “cobblestone chin”) ตัวการหลักคือ กล้ามเนื้อ Mentalis ที่ทำงานมากเกินไป การฉีดโบท็อกซ์ที่คาง (botulinum toxin type A) เข้าที่กล้ามเนื้อมัดนี้ช่วยให้คางเรียบขึ้น ดูผ่อนคลายขึ้น และในบางคนยังช่วยให้คางดูยาวขึ้นเล็กน้อย
เป็นหัตถการที่ใช้ยาน้อย ทำไว ผลดี แต่บริเวณคางมีกล้ามเนื้อเล็ก ๆ อยู่ชิดกันหลายมัด ถ้ายากระจายผิดที่ ผลลัพธ์อาจต่างจากที่ตั้งใจได้
กล้ามเนื้อบริเวณคางที่ควรรู้จัก
Mentalis เป็นกล้ามเนื้อคู่เล็ก ๆ ตรงกลางคาง ทำหน้าที่ดันริมฝีปากล่างขึ้น (ท่าทำปากยื่น หรือตอนจะร้องไห้) รอบ ๆ มีกล้ามเนื้อเพื่อนบ้านอีกหลายมัด
- Depressor labii inferioris (DLI) อยู่ถัดออกไปด้านข้างทั้งสองฝั่ง ดึงริมฝีปากล่างลง เห็นชัดเวลายิงฟันหรือพูด
- Depressor anguli oris (DAO) อยู่ด้านนอกสุด ดึงมุมปากลง
- Orbicularis oris กล้ามเนื้อวงรอบปาก ช่วยปิดปาก เม้มปาก และออกเสียง ป พ บ ม
DLI กับ Mentalis อยู่ชิดกันมาก ถ้ายาถูกฉีดสูงหรือออกด้านข้างเกินไป ยาก็กระจายไปโดน DLI ได้ง่าย
ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์คาง และฉีดอย่างไร
เหมาะกับคนที่คางย่นเป็นรอยขรุขระเวลาเม้มปากหรือพูด คนที่มีรอยพับใต้ริมฝีปากล่างลึกจากกล้ามเนื้อเกร็ง และคนที่อยากให้คางดูเรียบและผ่อนคลายขึ้น ถ้าคางสั้นหรือถอยเพราะโครงกระดูก โบท็อกซ์อย่างเดียวช่วยได้จำกัด มักต้องใช้ร่วมกับฟิลเลอร์
การฉีดใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แพทย์จะให้คุณลองเม้มปากหรือย่นคางก่อน เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อทำงานตรงไหน จากนั้นฉีดยาปริมาณเล็กน้อย 1–2 จุดบริเวณปลายคาง ใช้เข็มเล็กมาก เจ็บประมาณมดกัด ไม่ต้องพักฟื้น
จุดฉีดที่ดีคือต่ำใกล้ปลายคางและค่อนมาทางแนวกลาง ไม่สูงชิดริมฝีปาก และไม่ออกด้านข้างมากเกินไป ปริมาณยาแพทย์จะประเมินตามความแรงของกล้ามเนื้อแต่ละคน ผลเริ่มเห็นใน 3–7 วัน เต็มที่ราว 2 สัปดาห์ (อ่านเพิ่มเรื่อง ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล) และอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน
ผลแทรกซ้อนจากการฉีดโบท็อกซ์คางที่อาจเกิดได้
| ผลแทรกซ้อน | สาเหตุ | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| ช้ำ บวม ปวดจุดฉีด | เข็มโดนเส้นเลือดเล็ก ๆ | 2–7 วัน |
| ปากล่างขยับไม่เท่ากัน | ยากระจายไปโดน DLI ข้างเดียว | ดีขึ้นใน 2–6 สัปดาห์ หายสนิทราว 3 เดือน |
| ปิดปากไม่สนิท น้ำไหลมุมปาก ออกเสียง ป/พ/บ ลำบาก | ยาไปโดน Orbicularis oris | จนกว่ายาหมดฤทธิ์ |
| คางแข็ง ดูแบนเกินไป | ปริมาณยามากเกินไป | จนกว่ายาหมดฤทธิ์ |
ตัวที่คนไข้กังวลที่สุดคือ ปากล่างขยับไม่เท่ากัน เวลายิ้มกว้าง ยิงฟัน หรือพูด ริมฝีปากล่างข้างที่ DLI โดนยาจะลงได้น้อย ขณะที่อีกข้างยังขยับได้ปกติ ปากเลยดูเบี้ยว มักเกิดเมื่อยากระจายออกไปด้านข้างหรือขึ้นไปสูงกว่าที่ตั้งใจ
ถ้าปากเบี้ยวหลังฉีดโบท็อกซ์คาง แก้อย่างไร
ข่าวดีคือภาวะนี้เป็นแค่ชั่วคราว แต่โบท็อกซ์ไม่มียาสลาย ฉีดไปแล้วเอาออกทันทีไม่ได้ (ต่างจากฟิลเลอร์ HA ที่มียาสลาย) แนวทางแก้จึงมี 2 ทาง
1. รอให้ยาหมดฤทธิ์ ถ้าเบี้ยวไม่มากและคนไข้รับได้ การรอพร้อมนัดติดตามอาการก็เพียงพอ
2. ฉีดปรับสมดุลอีกข้าง (balancing injection) แพทย์จะฉีดยาปริมาณเล็กน้อยที่ DLI ฝั่งที่ยังทำงานปกติ ให้สองข้างขยับได้เท่า ๆ กัน โดยเริ่มจากน้อยก่อน แล้วนัดดูผลอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ ถ้ายังไม่เท่าค่อยเติมเพิ่ม
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนฉีดปรับสมดุลคือ วิธีนี้ทำให้ “เท่ากัน” ไม่ได้ทำให้ “กลับเป็นปกติ” ทันที รอยยิ้มจะสมมาตรแต่ปากล่างเปิดได้น้อยลงชั่วคราว จนกว่ายาจะหมดฤทธิ์
ตัวอย่างเคส หากปากเบี้ยว หลังฉีด Botox แก้อย่างไร เวลาที่แพทย์ทำการฉีด Mentalis บางครั้ง ยากระจายไปโดน DLI ข้างหนึ่ง ทำให้ริมฝีปากล่างขยับไม่เท่ากัน เราสามารถเลือกฉีด DLI อีกข้างเพื่อปรับให้สมดุล ติดตามผลหลังทำ 2 สัปดาห์
ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ และการดูแลหลังฉีด
ผลแทรกซ้อนส่วนใหญ่ป้องกันได้ตั้งแต่การเลือกแพทย์ ควรฉีดกับแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคบริเวณคางดี ประเมินกล้ามเนื้อก่อนฉีดทุกครั้ง และใช้ยาของแท้ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. (ดู วิธีเช็กโบท็อกซ์แท้)
- 4 ชั่วโมงแรก ไม่นวดหรือกดบริเวณคาง และไม่นอนคว่ำหน้า
- งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และแอลกอฮอล์ในวันแรก
- ถ้าปากเบี้ยว ปิดปากไม่สนิท หรือมีน้ำไหลมุมปาก ให้กลับมาพบแพทย์หลัง 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ประเมินผลได้แม่นที่สุด
ดูรายละเอียดการดูแลตัวเองเพิ่มเติมได้ที่ การดูแลตนเองหลังฉีด Botox
โบท็อกซ์ที่คาง ต่างจากฟิลเลอร์คางอย่างไร
หลายคนสับสนระหว่างสองอย่างนี้ เพราะทำที่คางเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วแก้ปัญหาคนละแบบ โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อ Mentalis คลายตัว จึงเหมาะกับคางที่ย่นหรือเป็นรอยขรุขระเวลาขยับ ส่วนฟิลเลอร์เป็นการเติมปริมาตร จึงเหมาะกับคางที่สั้น ถอย หรืออยากปรับทรงให้รับกับรูปหน้า
ในบางคนแพทย์อาจแนะนำให้ทำทั้งสองอย่างร่วมกัน เช่น ใช้ฟิลเลอร์เสริมคางให้ได้สัดส่วน แล้วใช้โบท็อกซ์ช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ดึงรั้งจนเกิดรอยย่น ผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานขึ้น อ่านเปรียบเทียบเพิ่มเติมได้ที่ โบท็อกซ์ กับฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร และ ฟิลเลอร์คางให้เข้ากับรูปหน้า ต้องดู 4 จุดสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดแล้วเจ็บไหม?
เจ็บน้อยมาก เพราะใช้เข็มขนาดเล็กและฉีดเพียง 1–2 จุด ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกเหมือนมดกัด ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ สามารถประคบเย็นหรือทายาชาก่อนได้
อยู่ได้นานแค่ไหน และต้องฉีดซ้ำเมื่อไร?
โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน แล้วกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ ถ้าชอบผลที่ได้ ก็กลับมาฉีดซ้ำได้เมื่อเริ่มเห็นรอยย่นกลับมา ไม่ควรฉีดถี่กว่าที่แพทย์แนะนำ เพราะอาจเพิ่มโอกาสดื้อยาในระยะยาว
ฉีดพร้อมจุดอื่น เช่น มุมปากหรือกราม ได้ไหม?
ได้ และทำกันบ่อย แต่ยิ่งฉีดหลายจุดใกล้กัน แพทย์ยิ่งต้องวางตำแหน่งอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ยากระจายไปรวมกันที่กล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ
ถ้าปากเบี้ยวแล้ว จะเบี้ยวไปตลอดไหม?
ไม่ตลอดครับ อาการนี้เป็นแบบชั่วคราว จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อยาหมดฤทธิ์ และถ้าไม่อยากรอ แพทย์สามารถฉีดปรับสมดุลอีกข้างให้ดูเท่ากันได้ตามที่อธิบายไว้ข้างบน
ใครไม่ควรฉีด?
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น Myasthenia gravis ผู้ที่เคยแพ้ยาโบท็อกซ์หรือส่วนประกอบของยา และผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนรักษา
หลังฉีดแต่งหน้าได้เลยไหม?
แนะนำให้รอสักระยะ อย่างน้อยหลายชั่วโมงหลังฉีด และเลี่ยงการถูหรือกดแรง ๆ บริเวณคางในวันแรก เพื่อไม่ให้ยาเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ต้องการ
สรุป โบท็อกซ์คางเป็นหัตถการเล็กที่ให้ผลดีมาก แต่ความแม่นยำเรื่องตำแหน่งและปริมาณยาสำคัญมาก และถ้าเกิดผลแทรกซ้อน ส่วนใหญ่แก้ไขได้และเป็นเพียงชั่วคราว
ปรึกษาเรื่องฉีดโบท็อกซ์คางกับแพทย์ Proderma
ประเมินกล้ามเนื้อและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ปรึกษาทาง LINE @prodermaข้อมูลในบทความนี้เพื่อความรู้ทั่วไป การประเมินและวางแผนการรักษาควรทำโดยแพทย์
About Us
BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL
- 02-2796587
- 02-6198407
- 088-0410888
- 086-5684144
- clinicproderma@gmail.com
- 1019-1019/1 Phahonyothin Rd., Samsen Nai, Phaya Thai, Bangkok 10400 (Near BTS Sanam Pao Station, Exit 1, on Phahonyothin Rd. — the white shop on your left)
- Opening Hours: Monday – Sunday, 11:00 AM – 8:00 PM
Map
ProDerma Clinic, 1019-1019/1 Phahonyothin Rd., Samsen Nai, Phaya Thai, Bangkok 10400
Advertising Permit No. ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙



