ขอบตาดำ ขอบตาคล้ำ แก้ไขได้อย่างไร

ขอบตาดำ ขอบตาคล้ำ แก้ไขได้อย่างไร

ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ หรือตาหมีแพนด้า เป็นปัญหา ที่พบบ่อย และ เป็นปัญหาของ หลายคน ไม่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็พบบ่อย ซึ่งการรักษา เราจำเป็น ต้องทราบสาเหตุ กันก่อน ว่าสาเหตุของ ใต้ตาคล้ำนั้น เกิดจากอะไร

📌 สิ่งสำคัญที่ควรรู้ (Key Highlights)

  • ขอบตาคล้ำไม่ได้มีสาเหตุเดียว โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เม็ดสี (Pigmented), เส้นเลือด (Vascular), ร่องใต้ตาและเงา (Structural) และชนิดผสม (Mixed) ซึ่งแต่ละชนิดมีแนวทางการรักษาแตกต่างกัน
  • การนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้ขอบตาดูคล้ำมากขึ้นในบางราย แต่ไม่ใช่สาเหตุของขอบตาคล้ำทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่มีพันธุกรรมหรือมีร่องใต้ตาลึก
  • การรักษาจะได้ผลดีที่สุดเมื่อเลือกให้ตรงกับสาเหตุ เช่น เลเซอร์สำหรับเม็ดสี เลเซอร์หลอดเลือดสำหรับขอบตาชนิดเส้นเลือด หรือสารเติมเต็มในผู้ที่มีร่องใต้ตาลึก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
  • การใช้ครีมกันแดด แว่นกันแดด การรักษาภูมิแพ้ การหลีกเลี่ยงการขยี้ตา และการดูแลสุขภาพโดยรวม เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดการกระตุ้นให้ขอบตาคล้ำมากขึ้นในระยะยาว
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีขอบตาคล้ำมากกว่าหนึ่งชนิดร่วมกัน จึงอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด
  • ที่ ProDerma Clinic แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะประเมินชนิดของขอบตาคล้ำ โครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เนื่องจากขอบตาคล้ำแต่ละสาเหตุมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
วันนี้ คุณหมอ ศศธร สิงห์ทอง แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ประจำ โพรเดอร์มา คลินิก จะมาให้ความรู้กัน

สาเหตุ ของ ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ เกิดจากอะไร

  1. พันธุกรรม จะเห็นได้ว่า คนบางเชื้อชาติ เช่น ชาวอินเดีย ชาวอาหรับ ใต้ตาสีเข้ม กว่าชาติอื่น นอกจากนั้นแล้ว หาก พ่อ แม่ พี่ น้องเรา มีใต้ตาคล้ำ เราก็มีโอกาส จะใต้ตาคล้ำ มากกว่าคนอื่น ซึ่งเกิดจากเม็ดสี ที่มากกว่า และ อาจจะเกิดจาก ลักษณะโครงหน้า ที่ทำให้เกิด ความลึก ของเบ้าตาที่มากกว่า
  2. เส้นเลือดบริเวณใต้ตา หรือผิวใต้ตา มีความบางมากเกินไป จนทำให้เห็นเส้นเลือดได้ชัด
  3. อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไขมัน และกระดูกในร่างกายฝ่อลง ทั่วร่างกาย รวมถึงบริเวณรอบตา เราด้วย ทำให้เราเห็นริ้วรอย และร่องตา ชัดมากขึ้น เนื่องจากแสงเงา ที่ตกกระทบ
  4. นอกจากนั้นแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้ใต้ตาเราคล้ำขึ้น เช่น การเป็นโรคภูมิแพ้ หรือการแพ้ครีมรอบดวงตา หรือการเกิดผื่นรอบดวงตา การอักเสบคันระคายเคือง จะไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีให้มากขึ้น จึงเกิดความคล้ำได้

การแก้ปัญหา ใต้ตาคล้ำ

หลายคนพบว่า การนำ แตงกวา ถุงชา มาประคบรอบตา ช่วยลดความบวม และความช้ำ รอบดวงตาได้ ตลอดจน การนอนพักผ่อน ที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงสารที่แพ้ หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ช่วยทำให้ใต้ตาสดใสขึ้น การทาครีมบำรุงใต้ตา ที่เหมาะสม นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นมาก ทั้งช่วยบำรุง และ ยังช่วยให้ ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย แต่หากทำอย่างไรแล้ว ก็ยังเอาไม่อยู่ พบ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ช่วยแก้ ขอบตาคล้ำได้

การทำหัตถการ ช่วยแก้ปัญหา ขอบตาดำ

  1. หากใต้ตาคล้ำนั้น เกิดจากเม็ดสี ที่มากขึ้น เช่น จากการขยี้ตา พันธุกรรม หรือหลังการอักเสบ การใช้เลเซอร์ ที่เข้าไปทำลายเม็ดสีโดยตรง  เช่น Pico laser หรือ Dual yellow อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ สามารถช่วย ลดเม็ดสี ลงได้ โดยทั่วไปแนะนำอย่างน้อย 5 ครั้ง ห่างกัน ทุก 2-4 สัดาห์
2. หากใต้ตาคล้ำ เกิดจากเส้นเลือด เราสามารถ รักษาเส้นเลือดเล็กๆใต้ตาได้ โดยใช้เลเซอร์ ที่มีความจำเพาะเจาะจง กับ เส้นเลือด เช่น vbeam laser หรือ PDL  แต่หากเส้นเลือดนั้นมีขนาดใหญ่ก็ยาก ต่อการรักษา 3. เลเซอร์กระชับผิว เพื่อกระตุ้น ให้คอลลาเจ้น และผิวหนัง บริเวณรอบดวงตา มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยเลเซอร์ ที่นิยมทำก คือ Thermage Eye สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางนี้
ผลลัพท์อาจแตกต่างกัน
หรือ ulthera ก็สามารถช่วยแก้ ปัญหารอบดวงตาได้ โดยสามารถยกคิ้ว และแก้ปัญหา ริ้วรอย รอบตา และ หางตา
result may vary
ปัจจุบัน มีเลเซอร์รุ่นใหม่ ที่ลงไปลึก สามารถแก้ปัญหาริ้วรอย รอบดวงตา และถุงใต้ตา ได้เป็นอย่างดี นั่นคือ morpheus8 prime
ผลการรักษาอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล
4. การทำทรีทเม้น การบำรุง รอบดวงตา สามารถ ช่วยเพิ่มการไหลเวียน ลดปัญหา การอักเสบแห้งแดง ได้ 5. ปัญหาของใต้ตา เกิดจากถุงใต้ตา หรือ การเป็นเบ้าลึก เมื่อมีแสงตกกระทบ เกิดเป็นร่องดำ การใช้ฟิลเลอร์ หรือ สารเติมเต็ม สามารถแก้ปัญหาได้
โดย พญ ศศธร สิงห์ทอง ภาพหลังทำทันที
ทั้งนี้ ควรทำ โดยแพทย์ เฉพาะทางโรคผิวหนัง ที่ผู้เชี่ยวชาญ เท่านั้น   ปรึกษา แพทย์ผิวหนัง ที่ผ่าน การรับรอง โดยแพทยสภา

สรุปต้นตอและวิธีแก้ปัญหา ขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตา แต่ละประเภท

ประเภทใต้ตาคล้ำ สาเหตุหลัก ลักษณะที่สังเกตได้ วิธีรักษาที่ดีที่สุดโดยแพทย์
1. ประเภทเม็ดสีสะสม (Pigmentary) พันธุกรรม, แสงแดดกระตุ้น, หรือการขยี้ตาบ่อยๆ จากอาการระคายเคือง ผิวใต้ตามีสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้ม หากลองเอามือดึงผิวให้ตึง สีน้ำตาลก็ยังคงอยู่ไม่จางลง Pico Laser / เลเซอร์สลายเม็ดสี เพื่อทุบเม็ดสีเมลานินฝังลึกให้แตกตัว ร่วมกับการทาครีมบำรุงรอบดวงตา
2. ประเภทเส้นเลือดคั่ง (Vascular) โรคภูมิแพ้ (Allergic Shiners), การอดนอน, พักผ่อนน้อย หรือตาแห้งเรื้อรัง ใต้ตาออกสีม่วง แดง หรือคล้ำอมน้ำเงิน หากเอามือดึงผิวให้ตึงจะเห็นเส้นเลือดฝอยชัดขึ้น หรือสีเข้มขึ้น Vbeam Laser / เลเซอร์ลดเส้นเลือด เพื่อหดเส้นเลือดฝอยที่คั่งใต้ตาให้ยุบตัวลงอย่างจำเพาะเจาะจง
3. ประเภทโครงสร้างใบหน้า (Structural) เบ้าตาลึกจากการทรุดตัวของกระดูกใต้ตาตามวัย หรือมีถุงไขมันใต้ตานูนเด่นขึ้นมา ใต้ตาเป็นร่องลึก เป็นเงาดำคล้ำเมื่อมีแสงตกกระทบจากด้านบน หรือเห็นเป็นถุงนูนชัดเจน ฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมร่องลึกให้เต็มตื้น หรือยกกระชับด้วย Ultherapy / Thermage รอบดวงตา
4. ประเภทผสม (Mixed Type) เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน (พบได้บ่อยที่สุดในคนไข้ส่วนใหญ่) มีทั้งความหมองคล้ำสีน้ำตาล ผิวบางเห็นเส้นเลือด และมีร่องลึกร่วมด้วย ตาดูอิดโรยและโทรม ผสมผสานการรักษา (Multi-Modality): แพทย์จะดีไซน์การยิงเลเซอร์สลับกับการเติมเต็ม เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ
Clinical Insight: รอยดำคล้ำใต้ตาของคนไข้แต่ละท่านมักเป็น “ประเภทผสม (Mixed Type)” ที่มีมากกว่าหนึ่งสาเหตุร่วมกัน การซื้ออายครีมทั่วไปมาทาจึงมักไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยแยกประเภทใต้ตาอย่างแม่นยำโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง (Board-Certified Dermatologist) ที่โพรเดอร์มาคลินิก จะช่วยให้คุณได้รับการแก้ไขที่ตรงจุด ปลอดภัย และคืนความสดใสให้ดวงตาได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

Dark Circles: Causes and Effective Solutions

ขอบตาดำ
ขอบตาคล้ำ

Dark circles, under-eye shadows, or “panda eyes” are common aesthetic concerns affecting both women and men. To effectively treat this issue, it is essential to first understand its root cause.

Dr. Sasathorn Singthong, a specialized dermatologist at Proderma Clinic, shares her expertise on the matter.

What Causes Dark Circles Under the Eyes?

 

The root causes of under-eye darkness are varied:

  1. Genetics (Pigmentation & Anatomy):

    • Some ethnicities (e.g., individuals of Indian or Arab descent) naturally have darker skin pigmentation around the eyes.

    • If family members have dark circles, your chances are higher.

    • The structure of the face, specifically deep-set eye sockets, can create shadows that make the area appear darker due to light reflection.

  2. Visible Blood Vessels:

    • The skin under the eyes is extremely thin, making blood vessels easily visible, which casts a blue or purplish hue.

  3. Aging (Volume Loss):

    • As we age, fat and bone in the entire body, including the orbital area, recede or atrophy. This loss of volume increases the visibility of fine lines and tear troughs due to the way light and shadow fall on the face.

  4. External Factors & Inflammation:

    • Conditions like allergies (allergic shiners) or skin irritation from using inappropriate eye creams can cause rubbing, itching, and inflammation.

    • This chronic irritation stimulates increased melanin production, leading to darkening.

    • Other factors include insufficient sleep.

Home Remedies and Initial Solutions

 
  • Temporary Relief: Many find that applying cool compresses like cucumber slices or cold tea bags can help reduce puffiness and mild discoloration around the eyes.

  • Lifestyle: Getting adequate sleep and avoiding allergens and excessive eye rubbing can significantly improve the appearance of the under-eye area.

  • Skincare: Applying appropriate under-eye creams is crucial, as they help nourish the skin and promote brighter, more even skin tone.

  • Professional Help: If home remedies are insufficient, consult a specialized dermatologist for advanced treatment.

In-Clinic Procedures to Treat Dark Circles

 

If the issue persists, the following professional treatments can target specific causes:

1. Pigmentation (Melanin)

 
  • Treatment: If darkness is caused by excess pigment (from genetics, inflammation, or rubbing), lasers that directly destroy melanin are effective.

  • Examples: $\text{Q-switched Nd:YAG}$ or Dual Yellow lasers.

  • Protocol: Generally, a minimum of 5 sessions spaced every 2–4 weeks is recommended to achieve a reduction in pigment.

2. Visible Blood Vessels

 
  • Treatment: Lasers specific to vascular lesions can be used to treat small, visible blood vessels.

  • Examples: Vbeam laser or $\text{PDL}$ (Pulsed Dye Laser).

  • Note: Very large or deep vessels may be difficult to treat.

3. Skin Tightening and Collagen Stimulation

 
  • Treatment: Lasers can be used to strengthen the skin and stimulate collagen production in the delicate periorbital area.

  • Examples:

    • Thermage Eye: Popular for tightening the eyelid and surrounding skin.

    • Ulthera: Can help lift the eyebrows and treat fine lines around the eyes and crow’s feet.

    • Morpheus8 Prime: A newer laser that penetrates deeply, highly effective for treating fine lines around the eyes and under-eye bags.

4. Under-Eye Bags and Volume Loss (Shadowing)

 
  • Treatment: If the darkness is caused by under-eye bags or deep tear troughs (creating a shadowed groove), dermal Fillers or volume enhancers are the gold standard.

  • Procedure: Filler is used to subtly lift the hollow area, eliminating the shadow cast by the light.

  • Safety: This procedure must only be performed by highly skilled, specialized dermatologists.

5. Supportive Treatments

 
  • Treatment: Specialized eye treatments can help increase circulation and reduce dryness, redness, and inflammation.

  ที่ตั้ง : ติดบันได ทางออกที่ 1 สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สนามเป้า 1019/1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท 10400 เปิดทำการ 11:00 – 20:00 ทุกวัน หมายเลขโทรศัพท์ : 02-619-8407, 02-279-6587, 086-568-4144 หรือติดต่อ proderma clinic ผ่านทางสังคมออนไลน์ ( Social network ) LINE OFFICIAL ACCOUNT: @Proderma Email : clinicproderma@gmail.com   https://bit.ly/darkcirclles

ขอบคุณข้อมูลจาก นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล

Shopping Cart
Scroll to Top