ความแตกต่างหลักระหว่าง HIFU vs Ulthera คือ "เทคโนโลยีการมองเห็น" (Visualization)
ในขณะที่ HIFU (รวมถึงเครื่องกลุ่ม Ultraformer) ใช้การส่งพลังงานแบบกะระยะความลึก (Blind Treatment) แต่ Ultherapy มีเทคโนโลยีหน้าจอ DeepSEE™ ที่สแกนชั้นผิวคนไข้ได้แบบ Real-time ทำให้แพทย์สามารถวางแผนและยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำที่สุด ส่งผลให้ Ulthera ทำเพียงครั้งเดียวอยู่ได้นานกว่า 1 ปี ในขณะที่ HIFU ทั่วไปอาจต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ ทุก 3-6 เดือน
สรุปประเด็นสำคัญ
- เทคโนโลยีการมองเห็น: Ulthera มีหน้าจอ Real-time (DeepSEE™) ทำให้แพทย์เห็นชั้น SMAS จริง ผิดกับ HIFU ที่ยิงแบบกะระยะ (Blind Treatment)
- ความคุ้มค่าและระยะเวลา: Ulthera ทำเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี ส่วน HIFU มักต้องทำซ้ำทุก 3-6 เดือนเพื่อให้ผลลัพธ์คงที่
- มาตรฐานความปลอดภัย: Ulthera เป็นเครื่องเดียวที่ผ่านการรับรองจาก US FDA ในเรื่องการยกกระชับผิว ด้วยพลังงานที่เสถียรและแม่นยำกว่า
สรุปความต่าง HIFU vs Ulthera: เรื่องจริงที่คลินิกอาจไม่ได้บอกคุณ
หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อหลักการทำงานคือคลื่นเสียงอัลตราซาวด์เหมือนกัน ทำไมราคาและผลลัพธ์ถึงต่างกัน? คำตอบอยู่ที่ “รายละเอียด” ของเทคโนโลยี ดังนี้ครับ
1. เทคโนโลยี (Technology): คลื่นเสียง Focus ธรรมดา vs MFU-V แบบเจาะจง
HIFU ทั่วไปใช้คลื่นเสียง Focused Ultrasound ยิงลงไปใต้ผิว แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization) ซึ่งมีการ “โฟกัส” จุดพลังงานที่คมชัดกว่า และตัว “V” คือ Visualization หรือการมองเห็นชั้นผิว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลการรักษาแตกต่างกัน
2. ความแม่นยำ (Precision): การยิงแบบ "เดา" vs การยิงแบบ "ดูหน้าจอ"
นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดครับ
- HIFU: แพทย์จะตั้งค่าความลึก (เช่น 4.5 mm) แล้วยิงลงไป โดย “คาดเดา” ว่าระดับนั้นคือชั้น SMAS ของคนไข้ แต่ในความเป็นจริง ผิวของแต่ละคนหนาบางไม่เท่ากัน การยิงสุ่มอาจไปโดนชั้นไขมันหรือกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่เห็นผลหรือหน้าตอบได้
- Ulthera: แพทย์จะดูหน้าจออัลตราซาวด์ตลอดเวลา เพื่อหาชั้น SMAS ที่แท้จริงของคนไข้แต่ละคน ก่อนจะปล่อยพลังงานลงไป ทำให้ทุกช็อตมีความหมายและตรงจุด
3. ความเสถียรของจุดพลังงาน (Dot Quality): จุดไข่ปลาที่เรียงสวย vs จุดที่อาจแตกกระจาย
หากส่องดูด้วยกล้องขยาย จุดพลังงานของ Ulthera จะมีลักษณะเหมือน “ไข่ปลา” ที่เรียงตัวสวยสม่ำเสมอ ขนาดเท่ากันทุกจุด ทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ (Thermal Coagulation Points) ที่อุณหภูมิ 60-70°C ซึ่งเป็นจุดที่กระตุ้น Collagen Remodeling (กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ) ได้ดีที่สุด ในขณะที่ HIFU เกรดทั่วไป พลังงานอาจไม่เสถียร บางจุดร้อนเกินไปจนผิวไหม้ หรือบางจุดเบาเกินไปจนไม่เห็นผล
เจาะลึก "ตัวละครลับ": HIFU vs Ultraformer vs Ulthera เลือกตัวไหนดี?
บ่อยครั้งที่เราได้ยินชื่อ Ultraformer III หรือ MPT แล้วเกิดคำถามว่า “ตัวนี้ใช่ HIFU ไหม?” คำตอบคือ ใช่ครับ Ultraformer คือ Premium HIFU ที่พัฒนาให้ดีกว่า HIFU จีนทั่วไปมาก
- ความแตกต่าง: Ultraformer มีหัวยิงที่หลากหลายและเร็วกว่า HIFU รุ่นเก่า แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือ “ยังไม่มีหน้าจอสแกนผิว (Real-time Visualization)” เหมือน Ulthera
- ความคุ้มค่า: หากเทียบกันจริงๆ การทำ Ultraformer ประมาณ 3 ครั้ง ถึงจะได้ผลลัพธ์เทียบเท่าการทำ Ulthera 1 ครั้ง ทั้งในเรื่องความยกกระชับและระยะเวลา ดังนั้นหากคุณไม่อยากมาคลินิกบ่อยๆ การเลือก Ulthera ทีเดียวจบ อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเวลามากกว่า
แล้ว Thermage ล่ะ? เปรียบเทียบ HIFU vs Ulthera vs Thermage แบบเข้าใจง่าย
หากคุณสับสนระหว่าง 3 ตัวนี้ ให้จำหลักการง่ายๆ ดังนี้ครับ:
- HIFU / Ulthera: เก่งเรื่อง “ยก (Lifting)” เปรียบเหมือนการดึงเสาเข็มบ้าน (ชั้น SMAS) ให้ตึงขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มห้อย ผิวหย่อนคล้อย
- Thermage: เก่งเรื่อง “แน่น (Tightening)” ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่งความร้อนเป็นก้อนใหญ่ๆ เพื่อให้ผิวหดตัวแน่นขึ้น เหมาะกับคนที่มีแก้มเยอะ (Baby fat) ผิวเริ่มย้วย หรือต้องการสลายไขมันบางส่วน
สรุป: ถ้าโจทย์ของคุณคือ “อยากยกกระชับโครงหน้า ให้กรอบหน้าชัด” Ulthera ตอบโจทย์ที่สุด ครับ
Tip: ปัจจุบันมีเทคนิคการทำคู่กัน (Ulthera + Thermage) เพื่อเก็บทั้งงานยกและงานผิวแน่น ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ทำไมปี 2026 คนถึงยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อ "Ultherapy Prime" ที่ Proderma?
ที่ ProDerma Aesthetic Clinics เราอัปเกรดเครื่องมือให้ทันสมัยเสมอ ล่าสุดกับ Ultherapy Prime ที่ลบจุดด้อยเดิมๆ ทิ้งไป:
1. ความปลอดภัยที่เหนือกว่า (Safety First)
ด้วยหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นและคมชัดขึ้น (High Definition) ทำให้แพทย์เห็นรายละเอียดชั้นผิว เส้นเลือด และเส้นประสาทได้ชัดเจนกว่ารุ่นเดิมถึง 35% ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง เช่น การกระทบเส้นประสาทหรือหน้าเบี้ยว
2. เจ็บน้อยลง (More Comfortable)
ลบภาพจำที่ว่า “ทำ Ulthera เจ็บจนน้ำตาไหล” ไปได้เลยครับ ด้วยซอฟต์แวร์ประมวลผลรุ่นใหม่และการวางยาชาเทคนิคพิเศษของ ProDerma ทำให้คนไข้รู้สึกสบายขึ้นมากระหว่างทำ
3. Expertise: แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง (Board Certified Dermatologist)
เครื่องมือดีแค่ไหน ถ้าคนใช้ไม่ชำนาญก็ไร้ผล ที่ ProDerma ทุกเคสดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Anatomy ใบหน้าสูง รู้ว่าต้องยิง Vector ไหนถึงจะยกจริง ไม่ใช่แค่ยิงให้ครบช็อต ซึ่งต่างจากการทำ HIFU ราคาถูกทั่วไปที่อาจทำโดยผู้ช่วยแพทย์หรือแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ
Battle of Brands ตารางเปรียบเทียบ HIFU vs Ultraformer vs Ultherapy Prime
| หัวข้อเปรียบเทียบ | General HIFU (ทั่วไป) | Ultraformer III / MPT | 🌟 Ultherapy Prime (Gold Standard) |
|---|---|---|---|
| ระบบการมองเห็น | ❌ ไม่มี (Blind Treatment) | ❌ ไม่มี (Blind Treatment) | ✅ มี (Real-time Visualization) |
| ความแม่นยำชั้น SMAS | ต่ำ (อาศัยการกะระยะ) | ปานกลาง-สูง | แม่นยำที่สุด (เห็นด้วยตาแพทย์) |
| พลังงานความร้อน | ไม่เสถียร (เสี่ยงผิวไหม้) | เสถียรดี | เสถียรมาก (จุด Focus คมชัด) |
| ความถี่ในการทำ | 4-6 ครั้ง / ปี | 2-3 ครั้ง / ปี | 1 ครั้ง / ปี |
| การรับรอง (Standard) | ทั่วไป | ผ่าน KFDA / Thai FDA | ผ่าน US FDA (ยกกระชับ) |
| ราคาต่อครั้ง | 🌟 (ประหยัด) | 🌟🌟 (ปานกลาง) | 🌟🌟🌟 (สูงแต่คุ้มค่าระยะยาว) |
บทสรุป: เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผิวหน้าคุณ
การเลือกทำหัตถการปรับรูปหน้า ไม่ใช่แค่การดูราคาโปรโมชั่น แต่คือการเลือก “เทคโนโลยีที่ปลอดภัย” และ “แพทย์ที่ไว้ใจได้” หากคุณมีงบประมาณที่พร้อม และต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน อยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง Ultherapy Prime คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2026 นี้ครับ
พร้อมย้อนวัยให้ผิวหน้าหรือยังครับ? ปรึกษาปัญหารูปหน้าหรือสอบถามโปรโมชั่น Ulthera ได้ที่ ProDerma Aesthetic Clinics เราพร้อมดูแลคุณด้วยมาตรฐานระดับสากล
FAQ: คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU และ Ulthera
Q: ทำ Ulthera แล้ว เจ็บกว่า HIFU จริงไหม?
A: มีโอกาสเห็นผลชัดเจนกว่ามากครับ สาเหตุที่ทำ HIFU ไม่เห็นผลมักเกิดจากการยิงพลังงานไม่ลงลึกถึงชั้น SMAS หรือพลังงานไม่เสถียรพอ แต่ Ulthera มีหน้าจอสแกนผิว ทำให้แพทย์ยิงพลังงานลงชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ตรงจุดครับ
Q: Ultherapy Prime เจ็บกว่า HIFU ไหม?
A: โดยปกติ Ulthera จะมีความรู้สึกหน่วงๆ ลึกๆ มากกว่า HIFU ทั่วไป เนื่องจากพลังงานลงลึกและโฟกัสแน่นกว่า แต่ด้วยเทคโนโลยี Ultherapy Prime รุ่นใหม่ที่ประมวลผลนุ่มนวลขึ้น ประกอบกับเทคนิคการระงับความรู้สึกของ ProDerma จะช่วยให้คนไข้ทำได้สบายขึ้นมากครับ
Q: ถ้ามีงบจำกัด ควรเก็บเงินทำ Ulthera ทีเดียว หรือทำ HIFU ไปเรื่อยๆ ดีกว่า?
A: หากมองในระยะยาว (1 ปี) การเก็บเงินทำ Ulthera ทีเดียวมักจะ “คุ้มค่า” กว่าและ “เจ็บตัวน้อยกว่า” ครับ เพราะทำเพียงครั้งเดียวจบ ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางและพักฟื้นผิวหน้าบ่อยๆ เหมือนการทำ HIFU ซ้ำๆ 3-4 รอบต่อปี
Q: Hifu vs Ulthera vs Thermage คนหน้าตอบ แก้มตอบ ควรทำอันไหน?
A: คนหน้าตอบควรหลีกเลี่ยง HIFU ที่ควบคุมตำแหน่งได้ยาก เพราะอาจทำให้ไขมันฝ่อตัวเพิ่ม แนะนำให้ทำ Ultherapy (โดยแพทย์จะออกแบบ Vector การยิงหลบจุดที่ตอบ เพื่อดึงหน้าให้ดูเต็มขึ้น) หรือ Thermage (เน้นกระชับผิวชั้นตื้น) จะปลอดภัยและสวยกว่าครับ
Q: หลังทำ HIFU มาแล้ว ต้องเว้นกี่เดือนถึงจะทำ Ulthera ได้?
A: หากทำ HIFU มาแล้ว แนะนำให้เว้นระยะประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้ผิวภายในหายจากการระบมและกระบวนการสร้างคอลลาเจนชุดแรกทำงานเต็มที่ก่อน แต่ทั้งนี้สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินหน้างานก่อนได้ครับ เพราะผิวแต่ละคนฟื้นตัวไม่เท่ากัน
Email : clinicproderma@gmail.com
Line Official Account: @proderma
Facebook : Proderma
Instagram (IG) : Proderma
Tiktok : @prodermaclinic
ขอบคุณ ทุกๆรีวิว ที่เป็นกำลังใจให้เรานะคะ


























































แชทปรึกษา
หรือส่งรูปประเมินสภาพผิวเบื้องต้น (ฟรี)
About Us
AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL
- 02-2796587
- 02-6198407
- 088-0410888
- 086-5684144
- clinicproderma@gmail.com
- 1019 -1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400 (ติด BTS สถานีสนามเป้า ทางออกที่ 1 ติดถนนพหลโยธิน ร้านสีขาวทางซ้ายมือ)
- เวลาทำการ : ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11:00 – 20:00 น.
Map
Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400



