milia คืออะไร Milia (สิวหิน / เม็ดไขมัน) เป็นตุ่มขนาดเล็กสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนที่มักพบบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะ รอบดวงตา ใต้ตา แก้ม และหน้าผาก แม้จะมีลักษณะคล้ายสิวอุดตัน แต่จริง ๆ แล้ว Milia ไม่ใช่สิว และไม่ได้เกิดจากไขมันอุดตันในรูขุมขน
Milia มีหลากหลายประเภทที่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เช่น Milia ที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพผิว หรือ Milia ที่เกิดจากการบาดเจ็บของผิวหนัง การเข้าใจถึงสาเหตุที่ต่างกันจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น.
Milia (สิวหิน / เม็ดไขมัน) เป็นตุ่มขนาดเล็กสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนที่มักพบบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะ รอบดวงตา ใต้ตา แก้ม และหน้าผาก แม้จะมีลักษณะคล้ายสิวอุดตัน แต่จริง ๆ แล้ว Milia ไม่ใช่สิว และไม่ได้เกิดจากไขมันอุดตันในรูขุมขน
Milia เกิดจาก เคราติน (Keratin) สะสมอยู่ใต้ชั้นผิว จนเกิดเป็นถุงขนาดเล็ก จึงมักไม่สามารถบีบออกได้ง่ายเหมือนสิวทั่วไป หากมีหลายเม็ด อยู่ลึก หรืออยู่ในตำแหน่งที่ละเอียดอ่อน แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วย Program CO2 Laser เพื่อเปิดผิวและนำก้อนเคราตินออกอย่างเหมาะสม
หลายคนอาจสงสัยว่า Milia สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ใหญ่หรือไม่? คำตอบคือใช่ Milia สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ บางครั้งอาจพบในทารกแรกเกิดเนื่องจากผิวที่ยังบอบบาง และในผู้ใหญ่ก็อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม.
Milia มีลักษณะอย่างไร?
ลักษณะที่พบบ่อย ได้แก่
– ตุ่มกลมขนาดเล็กประมาณ 1–2 มิลลิเมตร
– สีขาว สีครีม หรือเหลืองอ่อน
– ไม่มีหัวเปิดเหมือนสิว
– โดยทั่วไปไม่เจ็บและไม่อักเสบ
– พบบ่อยบริเวณใต้ตา รอบดวงตา แก้ม และหน้าผาก
– อาจพบเพียงเม็ดเดียวหรือหลายเม็ดพร้อมกัน
สิ่งสำคัญคือ ตุ่มสีขาวบนใบหน้าไม่ได้เป็น Milia ทุกชนิด เพราะยังมีภาวะอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น สิวอุดตัน ต่อมไขมันโต (Sebaceous Hyperplasia) หรือ Syringoma โดยเฉพาะตุ่มจำนวนมากบริเวณรอบดวงตา ดังนั้นควรได้รับการตรวจวินิจฉัยก่อนรักษา
เมื่อตรวจพบ Milia ควรมีการประเมินจากแพทย์เพื่อตรวจสอบว่าตุ่มที่เกิดขึ้นเป็น Milia จริงหรือไม่ ซึ่งการเข้าใจถึงลักษณะของ Milia จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการรักษามากขึ้น
ดังนั้น การมี Milia ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนผิวมันหรือทำความสะอาดผิวไม่ดีเสมอไป
การใช้ CO2 Laser มีข้อดีหลายอย่าง เช่น การฟื้นตัวที่รวดเร็วและความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดแผลเป็นเมื่อเทียบกับวิธีการรักษาอื่น ๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบว่าพวกเขามีความพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาด้วยเลเซอร์.
CO2 Laser เป็นเลเซอร์ความยาวคลื่นประมาณ 10,600 nm ซึ่งมีน้ำในเนื้อเยื่อเป็นเป้าหมายสำคัญ พลังงานสามารถทำให้เกิดการระเหยของเนื้อเยื่อ
ในบริเวณที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ สำหรับการรักษา Milia แพทย์สามารถใช้เลเซอร์เปิดผิวบริเวณเหนือก้อนขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถนำเคราตินที่สะสมอยู่ภายในออกได้ โดยพยายามจำกัดผลกระทบต่อผิวรอบข้างให้เหมาะสม
ข้อดีของการใช้ CO2 Laser ในการรักษา Milia
– สามารถรักษาเฉพาะตำแหน่งได้
– เหมาะกับ Milia ที่มีหลายเม็ดหรืออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการความละเอียด
– แพทย์สามารถปรับพลังงานตามขนาดและความลึกของตุ่ม
– ใช้เวลาทำไม่นานในกรณีที่มีจำนวนไม่มาก
– สามารถประเมินและรักษาหลายตำแหน่งในการเข้ารับบริการครั้งเดียวได้ตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นว่า Milia ทุกเม็ดจะต้องใช้ CO2 Laser แพทย์อาจเลือกวิธีอื่น เช่น การเปิดผิวด้วยเข็มหรือเครื่องมือทางการแพทย์แล้วนำก้อนออก ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด จำนวน และลักษณะของรอยโรค
Milia รอบดวงตา ใช้ CO2 Laser ได้ไหม?
การดูแลผิวหลังการรักษายังเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการเกิด Milia ขึ้นใหม่ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว.
บริเวณรอบดวงตาเป็นตำแหน่งที่พบ Milia ได้บ่อย แต่เป็นผิวที่ค่อนข้างบางและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ก่อนทำ : แพทย์ควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าตุ่มดังกล่าวเป็น Milia จริงหรือไม่ เพราะตุ่มบริเวณใต้ตาที่ดูคล้าย Milia อาจเป็น Syringoma หรือรอยโรคชนิดอื่น ซึ่งมีแนวทางการรักษาและโอกาสกลับเป็นซ้ำแตกต่างกัน หากเหมาะกับการรักษาด้วย CO2 Laser แพทย์จะเลือกพลังงานและเทคนิคตามตำแหน่งของรอยโรค พร้อมใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตาตามความเหมาะสม
หลังทำ CO2 Laser Milia เป็นอย่างไร?
หลังรักษาอาจพบ รอยแดง แผลขนาดเล็ก หรือสะเก็ดบาง ๆ ในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมานผิว
ช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือดึงสะเก็ดออก เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้
การดูแลหลังทำ
การให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Milia แก่ผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พวกเขาทราบถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิด Milia ใหม่และวิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง.
CO2 Laser รักษา Milia แล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?
สามารถเกิด Milia ใหม่ได้ แม้ก้อนที่รักษาไปแล้วจะถูกนำออกเรียบร้อย เนื่องจากการรักษาเป็นการจัดการกับ Milia ที่มีอยู่ในขณะนั้น ไม่ได้ทำให้ผิวหมดโอกาสเกิด Milia ใหม่ในอนาคต หากกลับมาเป็นซ้ำบ่อยหรือเกิดจำนวนมาก ควรให้แพทย์ประเมินว่ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วยหรือไม่ รวมถึงตรวจให้แน่ใจว่ารอยโรคที่เกิดขึ้นซ้ำเป็น Milia จริง
การประเมินความเสี่ยงและปัจจัยที่อาจทำให้เกิด Milia ใหม่เป็นสิ่งจำเป็น เช่น การเปลี่ยนแปลงในวิธีการดูแลผิวหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ควรหารือกับแพทย์เพื่อหาวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด.
บีบ Milia เองได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ใช้เล็บหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อเจาะและบีบ Milia ด้วยตนเอง โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา
เนื่องจาก Milia ไม่มีช่องเปิดเหมือนสิว การบีบแรง ๆ อาจทำให้เกิด
– ผิวอักเสบ
– แผล
– การติดเชื้อ
– รอยดำหลังการอักเสบ
– แผลเป็น
หากก้อนอยู่ลึกหรือบีบไม่ออก การพยายามบีบซ้ำ ๆ อาจสร้างความเสียหายต่อผิวมากกว่าตัว Milia เอง
CO2 Laser Milia ที่ ProDerma Clinic
ProDerma Clinic ยังมีบริการอื่น ๆ ที่สามารถช่วยในการดูแลผิวที่มีปัญหา เช่น การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวของผู้ป่วย
ที่ ProDerma Clinic การรักษาตุ่มหรือก้อนขนาดเล็กบนใบหน้าจะเริ่มจากการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ก่อน เนื่องจากรอยโรคที่ผู้รับบริการเรียกว่า “สิวหิน” หรือ “เม็ดไขมัน” อาจไม่ได้เป็น Milia ทุกกรณี
: แพทย์จะประเมิน ชนิดของรอยโรค ตำแหน่ง ขนาด จำนวน ความลึก และลักษณะผิว ก่อนเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Milia และเหมาะกับการใช้เลเซอร์ จึงพิจารณา Program CO2 Laser และปรับการรักษาเป็นรายบุคคล
: ProDerma Clinic เป็นคลินิกเฉพาะทางด้านผิวหนัง ตั้งอยู่ติด BTS สนามเป้า ทางออก 1 สามารถเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เพื่อแยก Milia ออกจากรอยโรคชนิดอื่นก่อนวางแผนการรักษา
** ผลการรักษาและระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการ Milia คืออะไร?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Milia และการรักษาด้วย CO2 Laser
Milia คืออะไร ต่างจากสิวอุดตันอย่างไร?
Milia คือถุงเคราตินขนาดเล็กใต้ผิว มักเห็นเป็นตุ่มสีขาวหรือเหลืองอ่อนบริเวณรอบดวงตา แก้ม หรือหน้าผาก ไม่ใช่สิวจากไขมันอุดตัน และไม่มีรูเปิดให้บีบออกเหมือนสิวทั่วไป หากไม่แน่ใจว่าตุ่มเป็น Milia หรือรอยโรคชนิดอื่น ควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยก่อนรักษา
Milia จำเป็นต้องรักษาด้วย CO2 Laser ทุกกรณีหรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกกรณี แพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่ง ขนาด จำนวน และความลึกของตุ่ม รวมถึงลักษณะผิว บางกรณีอาจใช้เข็มหรือเครื่องมือปลอดเชื้อเปิดและนำเคราตินออก ส่วน CO2 Laser เป็นอีกทางเลือกสำหรับรอยโรคที่เหมาะสม โดยปรับการรักษาเป็นรายบุคคล
Milia รอบดวงตารักษาได้ไหม และบีบเองได้หรือไม่?
Milia รอบดวงตาสามารถรับการประเมินเพื่อรักษาได้ แต่บริเวณนี้มีผิวบางและอยู่ใกล้ดวงตา แพทย์ต้องแยกจากรอยโรคชนิดอื่นก่อนเลือกวิธีรักษา หากใช้เลเซอร์ต้องมีการป้องกันดวงตาอย่างเหมาะสม ไม่ควรบีบหรือใช้เข็มเจาะเอง เพราะเสี่ยงต่อแผล การติดเชื้อ รอยดำ และแผลเป็น
หลังรักษา Milia ด้วย CO2 Laser ต้องดูแลอย่างไร?
หลังทำอาจมีรอยแดง แผลขนาดเล็ก หรือสะเก็ดบาง ๆ ควรดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือดึงสะเก็ด เพราะอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยดำและแผลเป็น ระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง จำนวนรอยโรค และการรักษาที่ได้รับ
รักษา Milia แล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?
สามารถเกิด Milia ใหม่ได้ แม้นำถุงเคราตินเดิมออกแล้ว การรักษาจึงไม่ได้ป้องกันการเกิดใหม่ตลอดชีวิต หากมีตุ่มขึ้นซ้ำบ่อยหรือขึ้นจำนวนมาก ควรให้แพทย์ประเมินชนิดของรอยโรคและปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อวางแผนดูแลให้เหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล
About Us
BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL
- 02-2796587
- 02-6198407
- 088-0410888
- 086-5684144
- clinicproderma@gmail.com
- 1019 -1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400 (ติด BTS สถานีสนามเป้า ทางออกที่ 1 ติดถนนพหลโยธิน ร้านสีขาวทางซ้ายมือ)
- เวลาทำการ : ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11:00 – 20:00 น.
Map
Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400
ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙



