ทำไม “ยิ่งบีบสิว ยิ่งเป็นรอย” และมีวิธีแก้หรือไม่?

ทำไมยิ่งบีบสิว ยิ่งเป็นรอย?

บีบสิวแล้วเป็นรอย เป็นปัญหาที่หลายคนเจอ แต่ยังคงเลือกบีบสิวเองที่บ้านอยู่ดี ความจริงคือ การบีบสิวไม่ได้ทำให้สิวหายเร็วขึ้นเสมอไป แต่กลับทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น จนเกิดรอยแดง รอยดำ และหลุมสิวถาวรได้ วันนี้เราจะมาดูสาเหตุกันค่ะ ว่า ทำไมการบีบสิวแล้วเป็นรอย จึงเกิดขึ้น และควรทำอย่างไรแทนดี

📌 สรุปสาระสำคัญ (Key Highlights)

  • การบีบ แกะ หรือกดสิวด้วยตนเอง อาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น เพิ่มโอกาสเกิดรอยดำ รอยแดง และหลุมสิวได้ โดยเฉพาะเมื่อสิวยังอักเสบหรือกดไม่ถูกวิธี
  • หลุมสิวไม่ได้เกิดจากการบีบสิวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการอักเสบที่ทำลายคอลลาเจนและโครงสร้างผิว ซึ่งการบีบสิวผิดวิธีอาจเพิ่มความเสียหายให้มากขึ้น
  • หากจำเป็นต้องกดสิว ควรทำโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรม และใช้อุปกรณ์ที่สะอาดตามหลักการควบคุมการติดเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงของการอักเสบและการเกิดแผลเป็น
  • การรักษาสิวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เป็นวิธีสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดหลุมสิวได้มากกว่าการรอให้สิวหายเองหรือบีบสิวซ้ำ ๆ
  • หากมีรอยสิวหรือหลุมสิวเกิดขึ้นแล้ว ปัจจุบันมีหลายแนวทางในการรักษา เช่น Program eMatrix, Program Morpheus8, Program Pico MLA, Subcision และ TCA CROSS โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะกับชนิดของหลุมสิวแต่ละบุคคล 
  • ที่ ProDerma Clinic แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะประเมินชนิดของสิว ความรุนแรง และความเสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว เพื่อวางแผนการรักษาและป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว

บีบสิวแล้วเป็นรอย เกิดขึ้นได้อย่างไร?

หลายคนเชื่อว่า “บีบสิวออก = สิวหายเร็ว” แต่ในความเป็นจริง การบีบสิวผิดวิธีมักทำให้เกิดรอยและหลุมสิวได้มากกว่าเดิม เพราะเมื่อเราบีบสิว แรงกดนั้นไม่ได้ดันสิวออกทางเดียว แต่ยังดันสิ่งสกปรกลงลึกเข้าไปในผิวหนังด้วย ทำให้แบคทีเรียกระจายออกไป และเซลล์ผิวโดยรอบได้รับความเสียหายมากขึ้น รอยสิวจำนวนมากไม่ได้เกิดจากสิวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบีบสิวซ้ำ ๆ ด้วย โดยเฉพาะเมื่อบีบผิดจังหวะ เช่น บีบขณะที่สิวยังอักเสบอยู่ หรือใช้เล็บมือที่ไม่สะอาด บีบสิวแล้วเป็นรอย

บีบสิว แล้วการอักเสบถึงรุนแรงขึ้นจริงหรือ?

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์แล้วว่า ยิ่งเราบีบสิว สิวยิ่งอักเสบมากขึ้น นั่นเป็นเพราะ ขณะที่เราบีบสิว แรงกดไม่ได้ดันสิวออกมาอย่างเดียว แต่ยัง ไขมัน เชื้อแบคทีเรีย เซลล์สการอักเสบ ลงไปในเนื้อเยื่อรอบ ๆ ทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นและใช้เวลานานขึ้นในการหาย

บีบสิวแล้วเป็นรอยอะไรได้บ้าง?

บีบสิวแล้วเป็นรอย

รอยสิวที่เกิดจากการบีบ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก:
  • รอยแดง / รอยดำ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) — เกิดจากการอักเสบที่ทำให้เซลล์เมลาโนไซต์สร้างเม็ดสีมากขึ้น โดยเฉพาะในคนเอเชียและคนผิวคล้ำ
  • หลุมสิว (Acne Scar) — เกิดจากการทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นลึก เมื่อผิวไม่สามารถซ่อมแซมได้สมบูรณ์ จึงเกิดเป็นหลุมหรือรอยนูน ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยหัตถการเฉพาะทาง เช่น Laser, Microneedling หรือ Subcision

บีบสิวทำให้เกิดหลุมสิวได้จริงไหม?

และนี่คือภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุด แรงบีบที่มากเกินไปอาจทำให้
  • ผิวแตก มีแผล
  • เกิดการติดเชื้อเพิ่มเติม
  • คอลลาเจนในผิวถูกทำลาย จนเกิดหลุมสิวที่รักษายาก

ทำไมบางคนบีบสิวแล้วไม่เป็นอะไร?

ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
  • ประเภทสิว (สิวหัวขาว vs สิวอักเสบ)
  • เทคนิคการบีบ
  • ความสะอาดของมือและอุปกรณ์
  • สภาพผิว (ผิวมัน vs ผิวแห้ง)
  • ระดับการอักเสบของสิว
คนที่บีบสิวหัวขาวที่พร้อมแล้ว (สุก) อาจไม่เกิดรอย แต่คนที่บีบสิวอักเสบหรือสิวหัวดำที่ยังไม่พร้อม มักเกิดรอยแดงหรือหลุมสิวได้ง่ายกว่า

ควรทำอย่างไรแทนการบีบสิว?

แทนที่จะบีบสิวเองที่บ้าน เราควรเริ่มต้นด้วยการรักษาสิวที่ถูกต้อง โดยปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อตัดวงจรการเกิดรอยและหลุมสิวจากการเป็นสิว  
  • ใช้ยาทาสิวที่แพทย์แนะนำ เช่น Benzoyl Peroxide, Retinoid, หรือ Salicylic Acid  (คลิกที่นี่เพื่อดูบทความ 5 ยารักษาสิว ยอดนิยม)
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อ Comedo Extraction (การบีบสิวโดยแพทย์อย่างถูกวิธี)
  • ทำ Laser หรือ Light Therapy หรือ เลเซอร์ AviClear
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าบ่อย ๆ

ทางเลือกในการรักษาสิวมีอย่างไรบ้าง?

โปรแกรม รักษาสิว โดยแพทย์ผิวหนัง เฉพาะทางที่ ProDerma เลือกโปรแกรมที่ใช่ สำหรับปัญหาสิวของคุณ รักษาสิว โดยทีมแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

1. Facial Detox Program 2. AC Laser Program 3. Vbeam Program 4. Aviclear Program

หลุมสิวรักษาได้อย่างไร?

การรักษาหลุมสิว มีโปรแกรมช่วยได้หลากหลายโปรแกรม ขึ้นอยู่กับปัญหาหลุมสิวและความเหมาะสมเฉพาะบุคคล คือ รักษาหลุมสิว Proderma

1. Punch Biopsy (Punch Excision) 2. Fractional Energy (eMatrix & Pico Laser) 3. Morpheus8 (Microneedling RF) 4. TCA CROSS / TCA Spot Treatment 5. Subcision 6. Biostimulators

สรุป: บีบสิวแล้วเป็นรอย ป้องกันได้อย่างไร?

บีบสิวแล้วเป็นรอย เป็นผลที่หลีกเลี่ยงได้หากเราดูแลสิวอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้น การรักษาสิวโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังไม่เพียงแต่ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น แต่ยังลดโอกาสเกิดรอยสิวและหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณมีปัญหาสิวหรือรอยสิวที่รักษาตัวเองมาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณโดยตรง proderma โทรศัพท์ : 088-0410888, 02-2796587, 02-6198407, 086-5684144 Email : clinicproderma@gmail.com Line Official Account: @proderma Facebook : Proderma Instagram (IG) : Proderma Tiktok : @prodermaclinic

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เพราะแรงบีบไม่ได้ดันสิวออกทางเดียว แต่ยังดันสิ่งสกปรก เชื้อแบคทีเรีย และเซลล์อักเสบลงลึกเข้าไปในผิวหนัง ทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบเสียหายมากขึ้น จนเกิดรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวถาวรตามมา

แบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก คือ รอยแดงหรือรอยดำจากการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) และหลุมสิว (Acne Scar) ซึ่งเกิดจากการทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นลึกจนผิวไม่สามารถซ่อมแซมได้สมบูรณ์

จริง หากบีบแรงเกินไปอาจทำให้ผิวแตกเป็นแผล เกิดการติดเชื้อเพิ่มเติม และคอลลาเจนในผิวถูกทำลาย จนกลายเป็นหลุมสิวที่รักษาได้ยากในภายหลัง

ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาสิวอย่างถูกวิธี ใช้ยาทาที่แพทย์แนะนำ เช่น Benzoyl Peroxide, Retinoid หรือ Salicylic Acid หรือให้แพทย์ทำ Comedo Extraction อย่างถูกวิธี รวมถึงพิจารณาการทำเลเซอร์ เช่น AviClear

มีหลายแนวทางให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เช่น eMatrix, Morpheus8, Pico MLA, Subcision, TCA CROSS หรือ Biostimulators โดยแพทย์จะประเมินชนิดของหลุมสิวก่อนวางแผนการรักษา

About Us

BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL

Map

Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400

ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙

Quick Links

Edit Template
Shopping Cart
Scroll to Top