Epiduo คือ อะไร
(ขนาดยาปกติที่สามารถพบได้: 15g)
♦ Epiduo มีส่วนผสมหลักของ Epiduo คือ Adapalene 0.1% และ Benzyl peroxide 2.5% ทำให้มันมีความสามารถในการรักษาสิวที่เหมือนๆกับ Benzac และ Differin ร่วมกัน
♦ ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี ฆ่าเชื้อ P. Acne ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอักเสบ ช่วยผลัดเซลผิวทำให้สิวแห้งเร็ว หลุดลอกได้ง่าย
♦ ส่วน Adapalene เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามิน A การทำงานก็จะใกล้เคียงกับกรดวิตามิน A ซึ่งนิยมใช้ในการรักษาสิว แต่จะมีความอ่อนโยนกว่ามาก และสามารถช่วยลดการอุดต้นของสิว ลดการเกิดสิวอุดตันได้ดี ลดการอักเสบ และยังช่วยลดการสร้างไขมันของรูขุมขน ซึ่งทำให้หน้ามันน้อยลง
♦ Epiduo จะเหมาะกับคนที่เป็นทั้งสิวอักเสบและสิวอุดต้นพร้อมๆกัน.
♦ ราคาโดยทั่วไป ประมาณ 783 บาท สำหรับ Epiduo Gel ขนาด 15 กรัม
(คลิกที่นี่เพื่อติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือโทร 088-0410888)

วิธีการใช้ Epiduo:
♦ ให้ล้างหน้าให้สะอาดแล้วซับหน้าให้แห้ง จากนั้นทา Epiduo ให้ทั่วหน้าตรงบริเวณที่เป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบ โดยใช้ปริมาณประมาณ 1 เม็ดถั่วสำหรับการทาทั่วหน้า
♦ ทาก่อนนอน สามารถทาทิ้งไว้ได้โดยไม่ต้องล้างออก
♦ แต่ถ้าใครทาทิ้งไว้แล้วรู้สึกว่าแสบหน้ามากๆซึ่งอาจเกิดจากการที่ผิวหน้ายังไม่ชินกับตัวยา อาจทาทิ้งไว้สัก 15 นาที่แล้วล้างออกก่อน ทำแบบนี้ไปสัก 1 สัปดาห์เพื่อให้ผิวหน้าเคยชิน จากนั้นค่อยกลับมาลองทาทิ้งไว้ทั้งคืนอีกครั้ง อาการแสบหน้าที่ว่านะจะหายไปได้
ข้อดีของ Epiduo By Galderma
♥ รักษาสิวได้หลายกลไก
- ลดสิวอุดตัน
- ลดสิวอักเสบ
- ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- ป้องกันสิวใหม่
♥ ลดการดื้อยาปฏิชีวนะ เนื่องจากมี Benzoyl Peroxide จึงช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อดื้อยาเมื่อใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์
♥ ป้องกันการเกิดสิวใหม่ เพราะ Retinoid อย่าง Adapalene ไม่ได้เพียงรักษาสิวที่มีอยู่ แต่ยังช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่โดยลดการอุดตันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
♥ ใช้เพียงวันละครั้ง ทำให้สะดวกสำหรับผู้ใช้
♥ เนื้อเจลซึมได้ง่าน และรุ่นใหม่จะเป็นขวดปั๊ม เพื่อสะดวกในการใช้งาน และลดการปนเปื้อนหลังจากการเปิดใช้
ผลข้างเคียงที่พบได้
อาการที่อาจจะพบได้บ่อยในการใช้ Epiduo ได้แก่
- ผิวแห้ง
- ลอกเป็นขุย
- แดง
- แสบเล็กน้อย
- คัน
- รู้สึกตึงผิว
อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเมื่อผิวเริ่มปรับตัวภายใน 2–4 สัปดาห์
วิธีลดการระคายเคือง
- เริ่มใช้วันเว้นวันในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
- ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ
- ใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน
- หลีกเลี่ยงการขัดหน้า
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์สูง
ข้อควรระวังในการใช้ Epiduo
- ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรกที่เริ่มใช้ อาจมีสิวเห่อขึ้นมามากกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลจาก Adapalene (ตัวยาใน Epiduo) ที่ช่วยผลักสิวอุดตันใต้ผิวหนังออกมา
- อาจมีอาการผิวแห้ง แดง หรือลอก ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยาในกลุ่ม Retinoids
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับตา ปาก หรือบริเวณที่ผิวบอบบาง หรือบริเวณผิวที่ไหม้แดด เพื่อป้องกันการระคายเคือง
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยา
- ควรใช้เฉพาะก่อนนอน และเพิ่มการทาครีมกันแดด
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างใช้ Epiduo
- สครับผิวหรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่รุนแรง
- โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์สูง
- การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดหลายชนิดพร้อมกัน (เช่น AHA, BHA หรือกรดผลไม้) โดยไม่ปรึกษาแพทย์
- การใช้เรตินอยด์ชนิดอื่นร่วมกันโดยไม่ได้รับคำแนะนำ
- การบีบหรือแกะสิว ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำและแผลเป็น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Epiduo ใช้แต้มเฉพาะหัวสิวได้หรือไม่?
ไม่แนะนำ ควรทาบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณที่มีแนวโน้มเกิดสิว เพราะยาช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่ ไม่ใช่รักษาเฉพาะสิวที่มองเห็น
หากลืมทายา ควรทำอย่างไร?
หากนึกขึ้นได้ในคืนเดียวกันสามารถทาได้ แต่หากใกล้เวลาทายาครั้งถัดไป ให้ข้ามมื้อนั้นไป ไม่ควรทายาเพิ่มเป็นสองเท่า
สามารถแต่งหน้าระหว่างใช้ Epiduo ได้หรือไม่?
ได้ หากผิวไม่ระคายเคืองมาก และเลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่า Non-comedogenic พร้อมล้างเครื่องสำอางให้สะอาดทุกวัน
ต้องใช้ต่อเนื่องนานเท่าไร?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 8–12 สัปดาห์จึงจะเห็นผลเต็มที่ และอาจใช้ต่อเนื่องในระยะยาวเพื่อควบคุมการเกิดสิวตามคำแนะนำของแพทย์