Radiesse Plus : ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มริ้วรอยและปรับรูปหน้า

โปรแกรม Radiesse +  ได้รับการอนุมัติจาก US FDA และ อย ไทย ว่า นอกจากสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างคลอลาเจน regenerative collagen biostimulator ยังสามารถใช้ สำหรับการปรับรูปหน้าบริเวณกราม ช่วยเติมเต็มร่องลึก และ ริ้วรอยบนใบหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เผยผิวหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน

Radiesse (+) ประกอบด้วย ส่วนประกอบหลักของ ประกอบด้วย

แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์ CaHA microsphere

Sodium carboxy-methylcellulose (CMC) gel 

ยาชา Lidocaine 

ทำหน้าที่ช่วยเติมเต็มร่องลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง และปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้น เห็นผลทันที จาก CMC gel  เมื่อ CMC gel สลายไป CaHA จะเริ่มทำงาน และจะเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงประมาณ 2-4 สัปดาห์ ด้วยการสร้างโครงหน้า ด้วยกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย สร้างปริมาณ ความหนาแน่นของโครงสร้างผิวใหม่ขึ้นมา เกิดเป็นโครงหน้าที่คมชัด ที่สร้างขึ้นมา จากร่างกายของเราเอง

และมีส่วนประกอบของ Lidocaine หรือยาชา ที่ช่วยลดความเจ็บขณะทำได้อีกด้วย

ตัวยาจะมีความหนืดสูง อยู่กับที่ ไม่เคลื่อนตัว และมียืดหยุ่นสูง สามารถลิฟท์กรอบหน้า ยกหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  Cheek bone & Jawline สร้างมิติความคมชัดให้ใบหน้าดูมิติ หน้าพุ่ง เฉี่ยว หน้าคม

ประโยชน์ของ Radiesse (+) :

ได้รับการรับรองจาก FDA : ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ

ปรับรูปหน้าชัดเจน : ช่วยให้ หน้าคม กรามเรียว หน้าเรียว ได้รูป

เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก : เช่น ร่องแก้ม

ผลลัพธ์ยาวนาน : เห็นผลชัดเจน และคงอยู่ได้นาน เนื่องจากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ลดความเจ็บปวดขณะฉีด : ผสมยาชา Lidocaine

ข้อควรระวัง :

  • Radiesse (+) ไม่เหมาะกับบุคคล ที่มีประวัติแพ้ยา มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือกำลังตั้งครรภ์
  • อาจเกิดผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น รอยแดง บวม ช้ำ ซึ่งจะค่อยๆหายไปเองภายในไม่กี่วัน
  • ควรปรึกษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนรับการรักษา

โปรแกรม Radiesse + ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร 

  • Radiesse Plus: มีความคงตัวสูง ฉีดแล้วไม่ไหล อยู่กับที่ สร้างโครงหน้าได้ดี เหมาะกับการฉีดบริเวณ Cheek bone และ Jawline ให้ผลลัพธ์หน้าคมชัด พุ่ง มีมิติ ใช้ปริมาณการฉีดน้อย ช่วยในการกระตุ้นคลอลาเจนด้วย ทำให้ได้ผลลัพท์ธรรมชาติ และผลยาวนาน

แต่ Radiesse Plus ไม่มียาที่สามารถสลายได้ ดังนั้น การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง มีความสำคัญมาก

  • ฟิลเลอร์ทั่วไป: หากเปรียบ ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง จะมีความบวม สามารถขยับได้ เหมาะกับการปั้นรูปหน้า สามารถทำได้ หลากหลาย บริเวณกว่า เช่นใต้ตา ซึ่ง Radiesse + ไม่สามารถทำได้ แต่การฉีดบริเวณ Cheek bone และ Jawline อาจต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากกว่า และอาจ ไม่คงรูปเท่า ผลลัพท์สั้นกว่า

ฟิลเลอร์แท้ HYALULONIC ACID สามารถสลายได้ด้วย hyalulonidase

โปรแกรม Radiesse + ต่างจาก Radiesse (Classic) ยังไง

  1. ส่วนประกอบ:
    • Radiesse: ประกอบด้วยอนุภาค calcium hydroxylapatite และ CMC gel
    • Radiesse +: ประกอบด้วยอนุภาค calcium hydroxylapatite CMC gel ร่วมกับ lidocaine (ยาชา) เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างและหลังการรักษา
  2. อาการที่ใช้รักษา:
    • Radiesse: ใช้รักษาริ้วรอยใบหน้าระดับปานกลางถึงรุนแรง (เช่น ริ้วรอย ระหว่างร่องแก้ม และมุมปาก) และเพิ่มความหนาให้กับมือ และกระตุ้นคลอลาเจนที่คอ
    • Radiesse +: ได้รับการอนุมัติ เฉพาะในการปรับรูปหน้า บริเณแก้ม คาง และของขากรรไกรในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป
  3. วิธีการใช้:
    • Radiesse: ฉีดลงในชั้นหนังแท้
    • Radiesse +: สามารถฉีดในชั้นหนังลึก หรือชั้นใต้ผิว
  4. ความสะดวกสบายของผู้ป่วย:
    • Radiesse + มี lidocaine ทำให้กระบวนการรักษาสะดวกสบายมากขึ้นสำหรับผู้ป่วย

ข้อมูลเพิ่มเติม Radiesse

 

ผลลัพท์อาจแตกต่างในแต่ละบุคคล

หากท่านสนใจ Radiesse (+) ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือศัลยแพทย์ตกแต่ง เพื่อประเมินความเหมาะสม และ รับคำแนะนำก่อนรับการรักษา

แพทย์ที่ PRODERMA เป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ที่เป็นอาจารย์ในการสอนฉีด radiesse และ radiesse plus รศ พญ. ปุณยพัศฐิช์ ศิริธนบดีกุล Board Certified Dermatologist อาจารย์ ประจำ สถาบันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์  MERZ TRAINER เรียกว่าเป็น อาจารย์สอน ฟิลเลอร์ใน โรงเรียนแพทย์ เลยค่ะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

FB : https://www.facebook.com/proderma/

Tel : 088 041 0888

แผนที่ ติดรถไฟฟ้าสนามเป้าลงทางออก 1 ตรงข้ามช่อง5 

Share