ตัดวงจรการเกิดสิวซ้ำซาก… ฆ่าเชื้อสิวอย่างอ่อนโยน ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น
สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหาสิวอักเสบเห่อพัง และมองหาทางออกที่ปลอดภัย ProDerma Clinic ขอแนะนำ Blue Light Therapy (ลำแสงสีฟ้า) นวัตกรรมแสงบำบัดฟื้นฟูผิวพรรณ มาตรฐานระดับสากล ตัวช่วยสำคัญในการเคลียร์ผิวให้ใส ไร้สิวเรื้อรังกวนใจ
สรุปประเด็นสำคัญ: เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิว Blue Light Therapy
กลไกการรักษา: ลำแสงสีฟ้าจะเข้าไปกระตุ้นให้สาร Porphyrin กลายเป็นสารพิษเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรีย P.acne ทำให้ปริมาณสิวลดลง
ประเภทเครื่องมือ: มีทั้งแบบ “ฉายส่องบนผิว (Panel)” และแบบ “ยิงแสงลงบนผิว (Shot)” ซึ่งมีประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อสิวเทียบเท่ากัน
ความรู้สึกขณะทำ: รู้สึกอุ่นสบายบนผิว ไม่เจ็บ และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาชาก่อนทำ
ระยะเวลาและความถี่: ใช้เวลาเพียง 5-15 นาทีต่อครั้ง แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (หรือทุก 2 สัปดาห์) ต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้ง
ผลลัพธ์: ปริมาณสิวอักเสบจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน
ราคา: อัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,000 – 3,500 บาท ต่อครั้ง
เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิว Blue Light Therapy ลำแสงทำลายเชื้อสิวอักเสบ
หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดสิวคือแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Propionibacterium acnes หรือ P.acne การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่าง Blue Light Therapy หรือ เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิวด้วยแสงสีฟ้า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาและป้องกันการเกิดสิวอักเสบ
Blue Light ช่วยรักษาสิวได้อย่างไร (Acne Clearance)?
เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิว แสงสีฟ้า จะปล่อยความยาวคลื่นที่ 420 นาโนเมตร (nm) ลงสู่ผิวหนัง ลำแสงนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการเข้าไปกระตุ้นสาร Porphyrin ในเซลล์ผิวให้กลายเป็นสารพิษจำเพาะ ซึ่งสารนี้จะเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรีย P.acne โดยตรง เมื่อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุถูกทำลาย วงจรการเกิดสิวจึงลดลง และช่วยให้สิวอักเสบยุบตัวได้เร็วขึ้น
การฉายแสง และ การยิงแสงสีฟ้า ต่างกันอย่างไร?
ปัจจุบันเครื่อง Blue Light มี 2 ประเภทหลัก ซึ่งทั้งสองแบบให้แสงความยาวคลื่น 420 nm เหมือนกัน จึงมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ P.acne เท่าเทียมกัน โดยมีความแตกต่างในการใช้งานดังนี้:
แบบยิงแสง (Shot): เป็นการยิงลำแสงเป็นช็อตลงบนผิว จำเป็นต้องทาเจลน้ำเป็นตัวกลางผ่านแสง มีข้อดีคือใช้เวลาทำต่อจุดรวดเร็วเป็นวินาที (เช่น บริเวณคางใช้เวลาเพียง 1-2 นาที)
แบบฉายแสง (Panel): เป็นการฉายแสงครอบคลุมทั่วใบหน้า ใช้เวลาประมาณ 7-10 นาที มีข้อดีคือไม่เลอะเทอะเนื่องจากไม่ต้องทาเจลน้ำลงบนผิว
ระยะเวลา ความถี่ และความรู้สึกขณะทำการรักษา
ระยะเวลาการทำ: ใช้เวลาในการยิงแสงหรือฉายแสงเพียง 5-15 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดของบริเวณผิวที่ทำการรักษา)
ความรู้สึกขณะทำ (เจ็บหรือไม่?): ไม่เจ็บ และไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา สำหรับการ “ฉายแสง” จะรู้สึกอุ่นสบายผิว ส่วนการ “ยิงแสง” จะรู้สึกอุ่นๆ และอาจรู้สึกเหมือนถูกดีดเบาๆ ในบางบริเวณ
ความถี่ที่แนะนำ: เพื่อผลการรักษาที่เป็นที่น่าพอใจ ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือทุกๆ 2 สัปดาห์ และควรทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้ง
ผลลัพธ์ที่ได้: ปริมาณการเกิดสิวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มสิวอักเสบ หลังทำการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน
ตารางสรุปการรักษาด้วย Blue Light Therapy
| หัวข้อ | รายละเอียดการรักษา |
|---|---|
| ความรู้สึกขณะทำ | อุ่นสบายบนผิว ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้ยาชา |
| ระยะเวลาต่อครั้ง | 5 – 15 นาที (ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ) |
| ความถี่ที่แนะนำ | สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (หรือทุก 2 สัปดาห์) |
| ผลข้างเคียง | แทบไม่มี (บางรายอาจบวมแดงเล็กน้อย และหายเองใน 1 ชม.) |
| ราคาเริ่มต้น | 1,000 – 3,500 บาท |
* ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ตารางเปรียบเทียบรักษาสิว: AviClear vs Vbeam vs Blue Light
| หัวข้อเปรียบเทียบ | AviClear (นวัตกรรมใหม่) | Vbeam (เลเซอร์รอยแดง) | Blue Light (แสงฆ่าเชื้อ) |
|---|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | ต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) | เส้นเลือด / รอยแดง (Hemoglobin) | เชื้อแบคทีเรีย (P.acne) |
| กลไกการทำงาน | ยับยั้งและทำให้ต่อมไขมันเล็กลง เพื่อตัดต้นเหตุสิว | ทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว ลดการอักเสบและรอยแดงสิว | กระตุ้นสารให้เป็นพิษเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิว |
| เหมาะสำหรับ | สิวอักเสบเรื้อรัง สิวรุนแรง หน้ามันมาก | รอยแดงหลังสิว สิวอักเสบแดงๆ รอยแผลเป็นสีแดง | สิวอักเสบระยะเริ่มต้น ป้องกันการเกิดสิวใหม่ |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | สิวหายในระยะยาว (เทียบเท่ากินยา) หน้ามันลดลง | รอยแดงจางลงเร็วมาก การอักเสบยุบตัวไว | สิวอักเสบแห้งไว ลดปริมาณเชื้อสิว |
| จำนวนครั้งที่ทำ | ทำเพียง 3 ครั้ง (ห่างกันเดือนละครั้ง) | ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง (ห่างกัน 2-4 สัปดาห์) | ทำต่อเนื่อง 4-8 ครั้ง (สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง) |
| ความรู้สึก | อุ่นๆ เหมือนดีดเบาๆ (มีระบบทำความเย็น) | เหมือนยางดีดเบาๆ มีสเปรย์เย็นพ่น | อุ่นสบายผิว ไม่เจ็บเลย |
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิว Blue Light
Q1: เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิว Blue Light ช่วยรักษาสิวได้อย่างไร?
A: แสงสีฟ้าความยาวคลื่น 420 nm จะเข้าไปกระตุ้นสาร Porphyrin ในผิวให้เปลี่ยนสภาพเป็นพิษต่อเชื้อแบคทีเรีย P.acne ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอักเสบ เมื่อแบคทีเรียถูกทำลาย อาการอักเสบและปริมาณสิวใหม่ก็จะลดลงครับ
Q2: แบบฉายแสง กับ แบบยิงแสง เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?
A: ทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์ในการฆ่าเชื้อสิวเท่าเทียมกันครับ แบบฉายแสงมีข้อดีคือไม่ต้องทาเจลให้เลอะเทอะและให้ความรู้สึกอุ่นสบายผิว ส่วนแบบยิงแสงจะรวดเร็วกว่าหากต้องการเน้นเฉพาะจุด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แนะนำวิธีที่เหมาะสมกับคนไข้ครับ
Q3: ขณะทำ Blue Light Therapy เจ็บไหม ต้องทายาชาหรือไม่?
A: ไม่เจ็บและไม่ต้องทายาชาเลยครับ ขณะทำการรักษาผู้รับบริการจะรู้สึกอุ่นๆ สบายผิว เป็นหัตถการที่ผ่อนคลายและมีความอ่อนโยนสูงมาก
Q4: มีผลข้างเคียงจากการฉายแสง Blue Light หรือไม่?
A: ผลข้างเคียงน้อยมากๆ ครับ แสงจะทำปฏิกิริยาเฉพาะกับแบคทีเรียเท่านั้น ในบางรายอาจพบว่าผิวมีอาการแดงหรือบวมระเรื่อเล็กน้อยหลังทำ แต่สามารถหายได้เองตามปกติภายใน 1 ชั่วโมงครับ
Q5: ต้องทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์ว่าสิวลดลง?
A: ควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเว้นระยะทุก 2 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลว่าปริมาณสิวอักเสบเกิดใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรักษาต่อเนื่องประมาณ 3 เดือนครับ
สอบถามข้อมูล หรือส่งภาพ
เพื่อรับคำปรึกษา ฟรี
จากแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
ขอบคุณ ทุกๆรีวิว ที่เป็นกำลังใจให้เรานะคะ







คุณหมอก็เก่งทุกท่านและใจดีมาก ให้คำปรึกษาเต็มที่ แนะนำเลยค่ะ



ผลลัพธ์ดี คุณหมอมือเบา ฝีมือดีเยี่ยมเลยค่ะ
แนะนำข้อปฏิบัติก่อนทำ-หลังทำ ได้ละเอียดมากๆ
พี่ๆพนักงานเป็นกันเอง ทำให้รู้สึกสบายใจและไว้ใจ ไม่บังคับขายคอร์สที่ไม่เหมาะกับเราด้วยค่ะ แนะนำที่นี่เลยค่ะ สำหรับใครที่กำลังลังเลหรือกำลังตัดสินใจ ไม่ผิดหวังค่ะ
















































โทรศัพท์ : 088-0410888, 02-2796587, 02-6198407, 086-5684144
Email : clinicproderma@gmail.com
Line Official Account: @proderma
Facebook : Proderma
Instagram (IG) : Proderma
Tiktok : @prodermaclinic
