ฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึก บูสต์คอลลาเจนและอีลาสติน… ให้ผิวเฟิร์มกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างพยุงผิวจะเริ่มเสื่อมถอยจากการลดลงของโปรตีนสำคัญ ProDerma Clinic ขอแนะนำโปรแกรม Radiesse® (เรเดียสซ์) นวัตกรรมสารฉีดฟื้นฟูผิวระดับลึก (Regenerative Biostimulator) ตัวจริงยอดนิยมจากประเทศเยอรมนี ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกทั้ง US-FDA, CE-certified และ อย. ประเทศไทย
สรุปประเด็นสำคัญ: Radiesse® (เรเดียสซ์)
คืออะไร: สารฉีดกลุ่ม Regenerative Biostimulator ประกอบด้วย CMC Gel 70% (เห็นผลทันที) และ CaHA Microspheres 30% (กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว)
กลไกการทำงาน: กระตุ้น Fibroblast (เซลล์ต้นกำเนิดผิว) ให้สร้าง 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ คอลลาเจน Type I, Type III, อีลาสติน, โปรตีโอไกลแคน และเส้นเลือดใหม่
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวบาง หย่อนคล้อย ขาดความเฟิร์ม และต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน 12–24 เดือน
ความปลอดภัย: มาตรฐาน US FDA (ตั้งแต่ปี 2006) และ EU FDA มีงานวิจัยรองรับกว่า 245 ฉบับ และถูกใช้ไปแล้วกว่า 15 ล้านไซริงค์ทั่วโลก
การพักฟื้น: อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือช้ำเป็นจุด ซึ่งจะหายไปเองภายใน 3–7 วัน
Radiesse ฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างแท้จริงลึกถึงระดับเซลล์
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างผิวของเราย่อมเสื่อมถอย คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ลดลง ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย Radiesse® (เรเดียสซ์) คือนวัตกรรมแห่งการฟื้นฟูผิวในระดับลึก (Regenerative Biostimulator) ที่เป็นผลงานระดับ Masterpiece มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากตัวอื่นๆ ในตลาด
Radiesse คืออะไร? ทำไมจึงแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป
Radiesse® เป็นสารฉีดในกลุ่ม Regenerative Biostimulator ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิวและการเติมเต็ม เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผิวหนังแบบระยะยาวที่กึ่งถาวร โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่:
CMC Gel 70%: เจลที่ช่วยเติมเต็มและพยุงผิว ทำให้สามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด
CaHA Microspheres 30%: อนุภาคแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ ทรงกลมขนาด 25–45 ไมครอน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดผิว
กลไกการทำงาน กระตุ้น 5 องค์ประกอบสำคัญของผิว
อนุภาค CaHA จะเข้าไปทำหน้าที่ฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast (เซลล์ต้นกำเนิดผิว) ส่งผลให้เกิดกระบวนการสร้างองค์ประกอบหลัก (Key Components) 5 ประการ ที่มีส่วนสำคัญต่อการมีผิวที่สุขภาพดี ได้แก่:
+150% Collagen Type I: คอลลาเจนชนิดที่พบมากที่สุด ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิว
+130% Collagen Type III: คอลลาเจนที่พบมากในผิวเด็ก ช่วยให้ผิวดูยืดหยุ่นอ่อนเยาว์
+260% Elastin: อีลาสติน ช่วยให้ผิวมีความสปริงตัวและกระชับ
Proteoglycan: ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว
Angiogenesis: กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ เพื่อนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงผิว
ผลลัพธ์ที่ได้: ผิวสุขภาพดีขึ้น เฟิร์ม อิ่มฟู เด้ง กระชับ ริ้วรอยร่องตื้นลดลง ใบหน้ายกกระชับ และคงผลลัพธ์ยาวนานถึง 2 ปี
Radiesse เหมาะกับใคร?
ผู้ที่มีผิวเริ่มบาง หย่อนคล้อย และขาดความเฟิร์มกระชับ
ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวแบบองค์รวม มากกว่าแค่การฉีดเติมเต็มเฉพาะจุด
ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์แล้วรู้สึกว่าเห็นผลแค่ในระยะสั้น
ผู้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัย ต้องการสารที่มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพสูง ไม่ตกค้าง
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และสามารถคงอยู่ได้นาน 12–24 เดือน
ความน่าเชื่อถือระดับโลก (Benchmark Data)
Radiesse ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี (State of the Art Regenerate Skin Like No Others) โดยมีข้อมูลสถิติที่ช่วยตอกย้ำความมั่นใจดังนี้:
2004: ได้รับการรับรองจาก EU FDA
2006: ได้รับการรับรองจาก US FDA
งานวิจัยรองรับ: มากกว่า 245 ฉบับ
ความนิยม: มีการใช้งานมากกว่า 15 ล้านไซริงค์ทั่วโลก (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2023) และจำหน่ายในกว่า 85 ประเทศ
ความพึงพอใจ: คนไข้มีความพึงพอใจสูงถึง 90% จากผลการสำรวจหลังจากใช้งานผ่านไป 1 ปี
ข้อปฏิบัติก่อนและหลังฉีด Radiesse (Pre & Post Care)
เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยที่สุด และลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
ข้อปฏิบัติก่อนฉีด (Pre-Care):
งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า อย่างน้อย 3–5 วันก่อนทำ เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, วิตามินอี, โอเมก้า 3, น้ำมันปลา, แปะก๊วย (เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือบวม)
งดดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน 24 ชั่วโมงก่อนทำ (ลดการขยายตัวของเส้นเลือด)
พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อเตรียมผิวให้ชุ่มชื้น
ห้ามทำหากมีการติดเชื้อ หรือมีผื่นผิวหนังในบริเวณที่จะฉีด
ต้องแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว, ตั้งครรภ์, ให้นมบุตร หรือแพ้ยา/สารใดๆ
ข้อปฏิบัติหลังฉีด (Post-Care):
หลีกเลี่ยงการจับ กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 6–12 ชั่วโมง (เว้นแต่ว่าแพทย์แนะนำให้คลึงเองในบางจุด)
งดดื่มแอลกอฮอล์, ของหมักดอง, ของเผ็ดร้อน, อาหารเค็มจัด 1–2 วันหลังฉีด
งดออกกำลังกายหนักๆ, ซาวน่า, อบไอน้ำ, ว่ายน้ำ อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง
งดทำเลเซอร์, RF, HIFU หรือทรีตเมนต์ที่มีความร้อนบริเวณที่ฉีด 2 สัปดาห์
ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจน
(อาการข้างเคียงชั่วคราว: อาจมีอาการบวมเล็กน้อย กดแล้วเจ็บ หรือช้ำเป็นจุดๆ ซึ่งมักจะหายไปเองภายใน 3–7 วัน หากกังวลเรื่องอาการบวม แพทย์อาจแนะนำให้ประคบเย็นหลังทำ)
Filler vs Radiesse vs Radiesse Plus
เปรียบเทียบคุณสมบัติ จุดเด่น และความแตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์
| คุณสมบัติ |
FILLER
Hyaluronic Acid
|
RADIESSE®
Calcium Hydroxylapatite
|
RADIESSE® PLUS
CaHA + Lidocaine
|
|---|---|---|---|
| จุดประสงค์หลัก |
Volume
เติมเต็มร่องลึก เพิ่ม Volume และปรับรูปหน้า |
Structure + Collagen
พยุงโครงสร้าง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน |
Structure + Comfort
คุณสมบัติใกล้เคียง Radiesse แต่มี Lidocaine |
| ส่วนประกอบ | Hyaluronic Acid (HA) | Calcium Hydroxylapatite (CaHA) | CaHA + Lidocaine |
| เพิ่ม Volume | ✓ เด่นมาก |
✓ ได้
เน้นแรงพยุงและโครงสร้าง |
✓ ได้
ใกล้เคียง Radiesse |
| กระตุ้นคอลลาเจน | ไม่ใช่จุดเด่นหลัก |
✓ เด่น
Collagen Biostimulation |
✓ เด่น
กลไก CaHA เช่นเดียวกับ Radiesse |
| จุดเด่น | เติมเต็มและปรับรูปหน้าเฉพาะจุด | พยุงโครงสร้าง + กระตุ้นคอลลาเจน | พยุงโครงสร้าง + กระตุ้นคอลลาเจน + Lidocaine |
| Hyaluronidase สลายได้ไหม |
✓ ได้
สำหรับ HA Filler |
✕ ไม่ได้ | ✕ ไม่ได้ |
| ความสบายขณะฉีด | Filler หลายรุ่นมี Lidocaine | ขึ้นกับเทคนิคและการเตรียมก่อนฉีด | มี Lidocaine ผสมมาในผลิตภัณฑ์ |
| เหมาะกับใคร | ต้องการเติมเต็มหรือปรับรูปหน้าเฉพาะจุด | ต้องการแรงพยุงโครงสร้างร่วมกับการกระตุ้นคอลลาเจน | เหมาะกับ CaHA และต้องการเพิ่มความสบายระหว่างฉีด |
Radiesse Plus มี Lidocaine ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยเพิ่มความสบายระหว่างการฉีด ไม่ได้หมายความว่าจะกระตุ้นคอลลาเจนมากกว่าหรืออยู่ได้นานกว่า Radiesse โดยอัตโนมัติ
ที่ ProDerma Clinic แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละบุคคลก่อนเลือกผลิตภัณฑ์และเทคนิคที่เหมาะสม
สอบถามข้อมูล หรือส่งภาพ
เพื่อรับคำปรึกษา ฟรี
จากแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
FAQ: 5 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Radiesse
Q1: Radiesse คืออะไร และต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก (HA Filler) อย่างไร?
A: Radiesse เป็นสารกลุ่ม Biostimulator ที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่แค่ “เติมเต็ม” ร่องลึกเหมือน HA Filler ทั่วไป แต่จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดผิว (Fibroblast) ให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง จึงเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบถาวรและยั่งยืนกว่า
Q2: หลังฉีด Radiesse จะเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่?
A: ผู้รับบริการจะสามารถสังเกตเห็นผิวที่ดูเต็มและกระชับขึ้นได้ “ทันที” หลังฉีด เนื่องจากมีส่วนประกอบของ CMC Gel 70% ที่ช่วยพยุงผิวในระยะแรก จากนั้นอนุภาค CaHA จะเริ่มทำงานกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นกระชับและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ในระยะเวลา 3-4 สัปดาห์เป็นต้นไป
Q3: ผลลัพธ์จากการฉีด Radiesse อยู่ได้นานแค่ไหน?
A: คอลลาเจนและอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นมาใหม่จะเป็นของตัวผู้รับบริการเอง ทำให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวมีความคงทนและสามารถอยู่ได้ยาวนาน 12 – 24 เดือน (1-2 ปี) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
Q4: Radiesse มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน สลายหมดหรือไม่?
A: มีความปลอดภัยสูงมาก อนุภาค CaHA เป็นสารที่มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพสูง (Biocompatibility) ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกทั้ง US FDA และ EU FDA และสามารถย่อยสลายไปได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
Q5: ฉีด Radiesse ต้องพักฟื้นไหม และมีอาการข้างเคียงอะไรบ้าง?
A: ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจพบอาการข้างเคียงทั่วไป เช่น บวมเล็กน้อย แดง หรือรอยช้ำจากเข็มในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวและจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 3-7 วัน
บทความเพิ่มเติม โดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
- All Posts
- บทความ (TH)

Ozempic Face คืออะไร? แก้ไขอย่างไร Ozempic Face เป็นคำที่ใช้เรียกลักษณะของใบหน้าที่ดูตอบ โทรม หรือดูมีอายุเพิ่มขึ้นหลังจากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists เช่น Ozempic หรือ Wegovy อย่างไรก็ตาม ภาวะ Ozempic...

ลดเหนียง หรือแก้คางสองชั้นให้ได้ผลจริง ต้องรู้สาเหตุก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ชั้นไหน เมื่อเราต้องการ ลดเหนียง ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ว่า ปัญหาของคุณเกิดจากโครงสร้างชั้นใด ที่ ProDerma Clinic แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง จะประเมิน บริเวณใต้คางอย่างละเอียดก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้การ ลดเหนียงได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและตรงกับสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละบุคคล หลายคนเรียกปัญหาบริเวณใต้คางว่า “เหนียง” หรือ “คางสองชั้น” แต่ในความเป็นจริงแล้ว...

PRODERMA CLINICS · AESTHETIC MEDICINE รีวิว Radiesse มือ: ฟื้นฟูมือเหี่ยวและเส้นเลือดเด่น รวมวิธีรักษาผิวเหี่ยวย่นบริเวณมือและลำคอ พร้อมเปรียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คุณเลือกการดูแลที่เหมาะสมกับตัวเอง เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Proderma · อัปเดต เมษายน 2568 มือและคอเป็นสองบริเวณที่เผยให้เห็นอายุได้เร็วที่สุด การฉีด...
ขอบคุณ ทุกๆรีวิว ที่เป็นกำลังใจให้เรานะคะ







คุณหมอก็เก่งทุกท่านและใจดีมาก ให้คำปรึกษาเต็มที่ แนะนำเลยค่ะ



ผลลัพธ์ดี คุณหมอมือเบา ฝีมือดีเยี่ยมเลยค่ะ
แนะนำข้อปฏิบัติก่อนทำ-หลังทำ ได้ละเอียดมากๆ
พี่ๆพนักงานเป็นกันเอง ทำให้รู้สึกสบายใจและไว้ใจ ไม่บังคับขายคอร์สที่ไม่เหมาะกับเราด้วยค่ะ แนะนำที่นี่เลยค่ะ สำหรับใครที่กำลังลังเลหรือกำลังตัดสินใจ ไม่ผิดหวังค่ะ
















































Email : clinicproderma@gmail.com
Line Official Account: @proderma
Facebook : Proderma
Instagram (IG) : Proderma
Tiktok : @prodermaclinic
About Us
BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL
- 02-2796587
- 02-6198407
- 088-0410888
- 086-5684144
- clinicproderma@gmail.com
- 1019 -1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400 (ติด BTS สถานีสนามเป้า ทางออกที่ 1 ติดถนนพหลโยธิน ร้านสีขาวทางซ้ายมือ)
- เวลาทำการ : ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11:00 – 20:00 น.
Map
Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400
ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙
