เลเซอร์รอยแตกลาย แบบไหนดี? รอยแดง–รอยขาว รักษาต่างกันอย่างไร

รอยแตกลาย หรือ Stretch Marks เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยบริเวณหน้าท้อง ต้นขา สะโพก ก้น ต้นแขน หน้าอก และบริเวณที่ผิวมีการยืดตัวอย่างรวดเร็ว หลายคนพยายามใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงเพื่อให้รอยแตกลายหายไป แต่เมื่อรอยเกิดขึ้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่เพียงที่สีของผิวเท่านั้น แต่มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวร่วมด้วย
ดังนั้นก่อนเลือก “เลเซอร์รอยแตกลาย” สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินว่าเป็น รอยแตกลายระยะแดง หรือรอยแตกลายระยะขาว เพราะสองระยะนี้มีปัญหาหลักต่างกันและใช้แนวทางการรักษาไม่เหมือนกัน
รอยแตกลายในระยะแรกยังมีองค์ประกอบของความแดงและหลอดเลือดอยู่มาก ขณะที่รอยแตกลายที่เป็นมานานจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน มีลักษณะคล้ายแผลเป็นและอาจบุ๋มลงจากผิวปกติเล็กน้อย การรักษาจึงต้องเปลี่ยนจากการเน้น “ลดความแดง” ไปสู่การ “กระตุ้นการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจน”

Edit Template
เลเซอร์รอยแตกลาย

รอยแตกลายเกิดจากอะไร?

      รอยแตกลายมีชื่อทางการแพทย์ว่า Striae Distensae
เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังมีการขยายหรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนโครงสร้างที่ช่วยพยุงผิว เช่น collagen และ elastin เกิดการเปลี่ยนแปลง                                                ปัจจัยที่พบร่วมกับการเกิดรอยแตกลาย ได้แก่
* การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงวัยรุ่น
* การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอย่างรวดเร็ว
* การตั้งครรภ์
* น้ำหนักเพิ่มหรือลดอย่างรวดเร็ว
* การเพิ่มมวลกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว
* การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
* การใช้ corticosteroid เป็นเวลานานในบางกรณี
* พันธุกรรมและโครงสร้างของผิวแต่ละบุคคล
รอยแตกลายจึงไม่ได้เกิดจากการที่ “ผิวแห้ง” เพียงอย่างเดียว และการทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างของรอยที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมดได้

รอยแตกลายแดงกับรอยแตกลายขาว ต่างกันอย่างไร?

การแบ่งระยะของรอยแตกลายมีความสำคัญต่อการเลือกการรักษา
1. รอยแตกลายแดง – Striae Rubrae เป็นรอยแตกลายในระยะแรกอาจมีสี
* แดง
* ชมพู
* ม่วง
* แดงน้ำตาล
ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละบุคคล
ในระยะนี้ยังมีหลอดเลือดและกระบวนการอักเสบของผิวเกี่ยวข้องอยู่มาก จึงเป็นช่วงที่สามารถพิจารณาการรักษาที่เน้น vascular component                                          หรือความแดงร่วมด้วยได้ จุดสำคัญ
แดง = มีองค์ประกอบของหลอดเลือด
ดังนั้น Vbeam หรือ vascular laser จึงอาจมีบทบาทมากกว่าในระยะนี้

2. รอยแตกลายขาว – Striae Albae
เมื่อรอยแตกลายเป็นมานาน ความแดงจะค่อย ๆ ลดลงและรอยเปลี่ยนเป็น
* สีขาว
* สีเงิน
* สีซีดกว่าผิวรอบข้าง
บางครั้งเมื่อสัมผัสจะพบว่าผิวบริเวณนั้นบางหรือบุ๋มเล็กน้อย
ในระยะนี้ปัญหาหลักไม่ใช่หลอดเลือดแล้ว แต่เป็น การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง collagen และ elastin
ดังนั้นการใช้ Vbeam เพื่อเน้นลดหลอดเลือดเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่เป้าหมายหลักเหมือนช่วงที่รอยยังแดง
การรักษาจะเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้น collagen remodeling มากกว่า

ตารางเปรียบเทียบรอยแตกลายแดงและรอยแตกลายขาว

 ลักษณะ รอยแตกลายแดง รอยแตกลายขาว  ชื่อทางการแพทย์ Striae Rubrae Striae Albae
อายุของรอย มักเป็นระยะแรก มักเป็นมานาน สี แดง ชมพู ม่วง ขาว เงิน ซีด หลอดเลือด ยังเด่น ลดลงมาก
โครงสร้างผิว เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนแปลงของ collagen ชัดขึ้น
เป้าหมายการรักษา ลดแดง + กระตุ้นผิว Collagen remodeling
โปรแกรมที่อาจพิจารณา Vbeam + Fractional/RF Fractional RF / Microneedling RF / Fractional treatment

หัวข้อเปรียบเทียบรอยแตกลายสีแดง (Striae Rubra)รอยแตกลายสีขาว (Striae Alba)
ระยะเวลาระยะเริ่มต้น (เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน)ระยะสุดท้าย (เกิดขึ้นมานานแล้ว)
ลักษณะทางกายภาพมีสีแดง ชมพู หรือม่วง มีเส้นเลือดใต้ผิวมีสีขาวซีดหรือสีเงิน ผิวเป็นร่องพังผืด
ความรู้สึกอาจมีอาการคันหรือเจือจางร่วมด้วยผิวเรียบขึ้นแต่ยุบตัวลงหรือตื้นเป็นร่อง
การตอบสนองต่อการรักษารักษาและทำให้จางลงได้ง่ายและรวดเร็วรักษายากและใช้เวลานานมาก
วิธีดูแลเบื้องต้นทาครีมชุ่มชื้น ครีมลดรอย หรือยากลุ่มวิตามินเอใช้เลเซอร์ปรับสภาพผิว, กรดผลไม้, หรือครีมกระตุ้นคอลลาเจนเข้มข้น

Vbeam เลเซอร์รอยแตกลาย แดง ได้อย่างไร?

Vbeam เป็น Pulsed Dye Laser หรือ PDL ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังฮีโมโกลบินในหลอดเลือด
จึงถูกนำมาใช้ในปัญหาเกี่ยวกับความแดงและหลอดเลือดหลายชนิด
สำหรับ Striae Rubrae หรือรอยแตกลายแดง เป้าหมายของ Vbeam คือองค์ประกอบของหลอดเลือดที่ทำให้รอยมีสีแดง ชมพู หรือม่วง
เมื่อองค์ประกอบของความแดงลดลง รอยแตกลายอาจดูเด่นน้อยลง
อย่างไรก็ตาม รอยแตกลายไม่ได้มีเพียงปัญหาเรื่องสี แต่มีการเปลี่ยนแปลงของ collagen และ elastin ด้วย ดังนั้นในบางรายแพทย์อาจวางแผน Vbeam ร่วมกับเทคโนโลยีที่เน้นกระตุ้นโครงสร้างผิว
จำง่าย ๆ ว่า
Vbeam = เน้น “สีแดง” ของรอยแตกลาย
ไม่ได้หมายความว่า Vbeam สามารถทำให้รอยแตกลายขาวหรือรอยบุ๋มหายไปทั้งหมด

vbeam laser รอยแตกลาย

รอยแตกลายขาวควรใช้เลเซอร์อะไร?

เมื่อรอยแตกลายเปลี่ยนเป็นสีขาวแล้ว ปัญหาหลักจะอยู่ที่โครงสร้างของผิวมากกว่าหลอดเลือด แนวทางจึงเน้นการสร้าง controlled injury หรือส่งพลังงานลงในผิว    เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและสร้าง collagen ใหม่ เทคโนโลยีที่อาจถูกนำมาใช้  ได้แก่  Fractional Laser
เลเซอร์จะสร้างจุดพลังงานขนาดเล็กจำนวนมากลงในผิว โดยเว้นเนื้อเยื่อปกติระหว่างจุดเอาไว้ ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและ remodeling ของผิว

Fractional RF กับรอยแตกลาย

Radiofrequency หรือ RF เป็นพลังงานอีกชนิดที่ถูกนำมาใช้ในการรักษารอยแตกลาย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความร้อนในผิวและกระตุ้น collagen remodeling
โดยเฉพาะ Fractional Radiofrequency และ Microneedling RF ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงสู่ผิวในระดับที่กำหนด
เหมาะกับการพิจารณาในรอยแตกลายที่มี
* รอยสีขาว
* ผิวบาง
* ผิวไม่เรียบ
* ลักษณะคล้ายแผลเป็นบุ๋มตื้น ๆ

Morpheus8 กับ เลเซอร์รอยแตกลาย ขาว

Morpheus8 เป็นเทคโนโลยี Microneedling Radiofrequency ที่ใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงาน RF ลงสู่ผิว
เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การลดเม็ดสี แต่เน้นการกระตุ้นการ remodeling ของ collagen ในชั้นผิว
จึงอาจนำมาพิจารณาในรอยแตกลาย โดยเฉพาะรอยที่เป็นมานานและมีการเปลี่ยนแปลงของ texture หรือโครงสร้างผิวร่วมด้วย
แพทย์สามารถปรับระดับความลึกและพลังงานให้เหมาะกับบริเวณและลักษณะของรอยแต่ละคน

morpheus8 รอยแตก

eMatrix กับรอยแตกลาย

eMatrix เป็นเทคโนโลยี Sublative Fractional Radiofrequency ที่ส่งพลังงานลงสู่ผิวเป็นจุด ๆ
เมื่อผิวได้รับพลังงานจะเกิดกระบวนการซ่อมแซมและกระตุ้น collagen remodeling
จึงสามารถนำมาใช้กับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ texture ของผิว เช่น
* หลุมสิว
* แผลเป็นบางประเภท
* ผิวไม่เรียบ
* รอยแตกลายบางประเภท
โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายหลักคือการปรับโครงสร้างผิวมากกว่าการลดสีแดง

Pico MLA ช่วยรอยแตกลายได้ไหม?

Pico Laser ไม่ได้มีเพียงโหมดสำหรับทำลายเม็ดสีเท่านั้น
ในบางเครื่องมี Fractional หรือ MLA mode ที่สร้างจุดพลังงานขนาดเล็กภายในผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและ collagen remodeling
จึงอาจนำมาใช้เป็นอีกทางเลือกในผู้ที่ต้องการปรับ texture ของรอยแตกลาย
อย่างไรก็ตาม การเลือก Pico MLA, Fractional RF หรือ Microneedling RF ควรขึ้นอยู่กับลักษณะของรอย สีผิว ตำแหน่ง และความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ

Vbeam กับ Morpheus8 ต่างกันอย่างไรในการรักษารอยแตกลาย?

ทั้งสองเครื่องไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกัน
Vbeam
เป้าหมายหลักคือ หลอดเลือด จึงเหมาะกว่าเมื่อ รอยยังแดง → Striae Rubrae
Morpheus8 / Fractional RF
เป้าหมายหลักคือ โครงสร้างและ collagen จึงเหมาะกว่าเมื่อ
รอยซีดหรือขาว + texture เปลี่ยน → Striae Albae
บางคนอาจมีรอยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน คือมีทั้งความแดงและโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไป
กรณีนี้อาจไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงเครื่องเดียว แพทย์สามารถพิจารณา Combination Treatment ได้

คุณสมบัติVbeam LaserMorpheus8
ประเภทของรอยแตกลายรอยใหม่ (สีแดง / สีชมพู)รอยเก่า (สีขาว / รอยบุ๋ม / ผิวไม่เรียบ)
หลักการปล่อยพลังงานพลังงานแสงเลเซอร์จับเส้นเลือดเข็มทองคำส่งคลื่นวิทยุ (RF)
ระดับความลึกผิวชั้นบนถึงผิวตื้นลึกสูงสุด 4-7 มม. (ปรับระดับได้)
บาดแผลและการพักฟื้นไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นมีรอยเข็มและสะเก็ดเล็กน้อย พักฟื้นสั้นๆ

 

ทำไมการรักษารอยแตกลายบางครั้งต้องใช้หลายเทคโนโลยี?

เพราะรอยแตกลายหนึ่งรอยสามารถมีปัญหามากกว่าหนึ่งอย่าง  เช่น
แดง + ผิวบาง + บุ๋ม
ถ้าใช้ Vbeam อย่างเดียว อาจช่วยเรื่องความแดง แต่ไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเพิ่ม collagen ในบริเวณที่บุ๋ม
หากใช้ Fractional RF อย่างเดียว อาจเน้นโครงสร้างได้ แต่ไม่ได้เป็น vascular laser โดยตรง
แพทย์จึงอาจแบ่งการรักษาออกเป็น
Phase 1 – ลดความแดง Vbeam ในผู้ที่เหมาะสม
Phase 2 – ปรับโครงสร้างผิว Fractional RF / Morpheus8 / eMatrix หรือ Fractional treatment  ตามการประเมินแนวคิดนี้สำคัญกว่าการถามว่า “เครื่องไหนแรงที่สุด”

รอยแตกลายบริเวณไหนรักษาได้บ้าง?

รอยแตกลายหลังคลอดรักษาอย่างไร?

หลังการตั้งครรภ์อาจพบหลายปัญหาบริเวณหน้าท้องพร้อมกัน เช่น
* รอยแตกลาย
* ผิวหย่อน
* ไขมันสะสม
* การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง
ปัญหาเหล่านี้เป็นคนละเรื่องและไม่ควรรวมเป็นการรักษาชนิดเดียว หากปัญหาหลักเป็นรอยแตกลาย แพทย์จะประเมินก่อนว่ายังแดงหรือไม่?
ถ้ายังแดง อาจมีบทบาทของ vascular treatment เช่น Vbeam แต่หากกลายเป็นรอยสีขาวแล้ว อาจพิจารณาเทคโนโลยีที่เน้น collagen remodeling มากกว่า

รอยแตกลายเก่ารักษาได้ไหม?

รอยแตกลายที่เปลี่ยนเป็นสีขาวแล้วสามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ในหลายกรณี แต่โดยทั่วไปจะรักษายากกว่ารอยระยะแรก
เนื่องจาก vascular component ลดลงและเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวไปแล้ว
เป้าหมายของการรักษาจึงเป็น
* ทำให้ texture ดูเรียบขึ้น
* ทำให้ความแตกต่างระหว่างรอยและผิวปกติลดลง
* กระตุ้น collagen remodeling
มากกว่าการทำให้ผิวกลับมาเหมือนไม่เคยมีรอยแตกลายเลย

เลเซอร์ทำให้รอยแตกลายหาย 100% ได้ไหม?

โดยทั่วไป ยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่รับประกันว่าสามารถทำให้รอยแตกลายหาย 100% ในทุกคน
รอยแตกลายถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวประเภทหนึ่ง การรักษามีเป้าหมายเพื่อทำให้สีและพื้นผิวดูดีขึ้น และทำให้รอยสังเกตเห็นได้น้อยลง
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ
* อายุของรอย
* สีของรอย
* ความกว้างและความลึก
* บริเวณที่เป็น
* สีผิว
* พันธุกรรม
* เทคโนโลยีที่เลือก
* การตอบสนองของแต่ละบุคคล

เลเซอร์รอยแตกลายต้องทำกี่ครั้ง?

ไม่มีจำนวนครั้งที่เหมาะกับทุกคน
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของ collagen ต้องใช้เวลา และรอยแตกลายแต่ละระยะตอบสนองต่อการรักษาต่างกัน
แพทย์จึงมักประเมินผลเป็นระยะและปรับ
* เครื่องที่ใช้
* พลังงาน
* ความลึก
* ระยะห่างระหว่างครั้ง
ตามการตอบสนองของผิว
การรักษารอยแตกลายจึงควรมองเป็น “กระบวนการ” มากกว่าคาดหวังผลจากการทำเพียงครั้งเดียว

คนผิวเข้มรักษารอยแตกลายได้ไหม?

สามารถรักษาได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกพลังงานและเทคโนโลยีมากขึ้น
ผิวคนเอเชียมีโอกาสเกิด Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) หลังการใช้พลังงานบางประเภทได้
ดังนั้นการใช้พลังงานสูงที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลดีที่สุด
แพทย์ต้องพิจารณาสีผิว ความรุนแรงของรอย และความเสี่ยงต่อ PIH ก่อนเลือก parameter

ตารางเลือกโปรแกรมรอยแตกลายแบบง่าย

ลักษณะรอย ปัญหาหลัก โปรแกรมที่อาจพิจารณา
แดง / ชมพู หลอดเลือด + ระยะแรก Vbeam
แดง + Texture เปลี่ยน หลอดเลือด + Collagen Vbeam + Fractional/RF
ขาว / เงิน Collagen + Elastin Fractional RF / Morpheus8 / eMatrix
ขาว + บุ๋ม โครงสร้างผิว Microneedling RF / Fractional treatment
สีผิวไม่สม่ำเสมอร่วม สี + Texture เลือกเทคโนโลยีตามการประเมินแพทย์

เลเซอร์รอยแตกลาย ที่ไหนดี? ควรเลือกจากอะไร?

การเลือกรักษารอยแตกลายไม่ควรดูเพียงว่า “คลินิกมีเครื่องอะไร”
สิ่งสำคัญกว่า คือคลินิกสามารถบอกได้หรือไม่ว่า ทำไมจึงเลือกเครื่องนั้นให้กับรอยของเรา
1. ต้องแยกรอยแดงกับรอยขาวให้ได้ เพราะเป้าหมายการรักษาต่างกันอย่างชัดเจน
2. มีเทคโนโลยีมากกว่าหนึ่งประเภท หากมีเฉพาะเครื่องเดียว อาจต้องพยายามนำเครื่องนั้นไปรักษารอยทุกประเภท ทั้งที่รอยบางชนิดต้องการคนละเทคโนโลยี
3. ปรับพลังงานตามสภาพผิว ตำแหน่ง ความหนาของผิว สีผิว และอายุของรอยแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้ค่าพลังงานเดียวกันทั้งหมด
4. ประเมินความเสี่ยง PIH โดยเฉพาะผิวคนเอเชีย
5. สามารถทำ Combination Treatment ในรอยที่มีทั้งความแดงแล

📍
Conveniently Located Next to BTS Sanam Pao
Visit ProDerma Clinic at
BTS Sanam Pao Station (Exit 1).
The clinic is only a short walk from the station, making your visit easy and convenient.
🚆 BTS Sanam Pao
Exit 1
Edit Template

About Us

BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL

Map

Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400

ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙

Quick Links

Edit Template
Shopping Cart
Scroll to Top