ตัดพังผืดหลุมสิวร่วมกับ eMatrix เทคนิคผสานพลังปลดล็อกพังผืดและฟื้นฟูผิวจากภายใน
การตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) ร่วมกับ eMatrix เป็นการรักษาแบบผสมผสานเพื่อแก้ไขปัญหาหลุมสิวลึก โดยแพทย์จะใช้เข็มพิเศษเซาะตัดพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมสิวออกจากชั้นไขมันใต้ผิวหนัง จากนั้นจึงใช้พลังงาน Fractional RF ของ eMatrix กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อดันเนื้อเยื่อให้เต็มฟูขึ้นอย่างถาวร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาให้เห็นผลไวกว่าการทำเลเซอร์เพียงอย่างเดียว
Key Takeaways
ปลดล็อกแรงดึงรั้งใต้ผิว: Subcision ตัดเส้นใยพังผืดที่ยึดเกาะก้นหลุมสิว เพื่อเปิดพื้นที่ให้เนื้อเยื่อยกตัวขึ้น
กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่: eMatrix ส่งพลังงานคลื่นวิทยุสองขั้ว (Bipolar RF) เข้าฟื้นฟูชั้นหนังแท้ กระตุ้นคอลลาเจนเติมเต็มหลุมสิว
เหมาะกับหลุมสิวรักษายาก: มีประสิทธิภาพสูงในการรักษา Rolling Scars และ Boxcar Scars ชนิดลึกที่มีพังผืดเหนียวหนา
ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทาง: การเลาะพังผืดและการปรับระดับพลังงาน RF ต้องอาศัยความแม่นยำเพื่อป้องกันอันตรายต่อเส้นเลือดและเส้นประสาท
กลไกการเกิดพังผืดหลุมสิว และทำไมเลเซอร์เดี่ยวจึงอาจไม่ตอบโจทย์
หลุมสิวชนิด Rolling Scar และ Deep Boxcar Scar มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังใต้ชั้นผิว ส่งผลให้ร่างกายสร้างแถบเส้นใยคอลลาเจนที่หนาตัวผิดปกติหรือเรียกว่า “พังผืด” (Fibrotic Tissue) พังผืดเหล่านี้จะทำหน้าที่เสมือนสมอดึงรั้งผิวชั้นบนให้ยุบตัวติดกับชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Tissue)
หากรักษาด้วยเครื่องมือกลุ่มพลังงานเพียงอย่างเดียว พลังงานความร้อนจะไม่สามารถยกก้นหลุมขึ้นได้เต็มที่เนื่องจากยังมีแรงดึงรั้งของพังผืดอยู่ การทำ Subcision เพื่อตัดเส้นใยดังกล่าวให้ขาดออกจากกัน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปลดปล่อยผิวหนังให้ลอยตัวกลับสู่ระนาบเดิม
กลไกการเสริมฤทธิ์: Subcision + eMatrix (Dual-Action Repair)
การผสานสองหัตถการเข้าด้วยกันช่วยจัดการปัญหาหลุมสิวได้ครบทุกมิติโครงสร้างชั้นผิว:
Mechanical Release (Subcision): แพทย์ใช้เข็ม Nokor Needle หรือ Cannula สอดเข้าใต้ผิวเพื่อตัดเส้นใยพังผืด การตัดนี้ยังทำให้เกิดโพรงอากาศขนาดเล็กใต้ผิวหนัง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดก้อนเลือดขนาดเล็ก (Blood Clot) ที่อุดมด้วย Growth Factors ตามธรรมชาติ
Thermal Remodeling (eMatrix): ยิงพลังงาน Fractionated Bi-Polar RF ในรูปแบบปีรามิดคว่ำลงสู่ชั้นหนังแท้ พลังงานความร้อนจะกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนเดิม และสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) เข้าไปเติมเต็มในโพรงที่เพิ่งถูกปลดล็อก
ในกรณีที่ต้องการเสริมสร้างความชุ่มชื้นและเร่งการสมานแผลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถพิจารณาทำ Skin Booster ร่วมกับ eMatrix เพิ่มเติมในโปรแกรมการรักษาได้
ตารางเปรียบเทียบ: การทำ Subcision เดี่ยว, eMatrix เดี่ยว และการทำร่วมกัน
| ปัจจัยการประเมิน | Subcision เดี่ยว | eMatrix เดี่ยว | 🌟 ตัดพังผืดหลุมสิวร่วมกับ eMatrix |
|---|---|---|---|
| กลไกการรักษา | ตัดพังผืดเชิงกลไกใต้ผิว | กระตุ้นคอลลาเจนด้วยคลื่น RF | ปลดล็อกพังผืด + กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ |
| ความเหมาะสมต่อชนิดหลุม | Rolling Scar รอยลึก | Boxcar Scar ตื้น-ปานกลาง, รูขุมขนกว้าง | หลุมสิวลึกทุกชนิด, Rolling และ Deep Boxcar |
| ผลต่อผิวชั้นบน (Skin Texture) | ไม่ช่วยเรื่องความละเอียดผิว | ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระชับรูขุมขน | ผิวเต็มฟู เรียบเนียน รูขุมขนกระชับพร้อมกัน |
| โอกาสการเกิดพังผืดซ้ำ | มีโอกาสพังผืดกลับมาดึงรั้งหากไม่มีการสร้างเนื้อเยื่อรองรับ | ต่ำ แต่หลุมสิวลึกอาจไม่ยกตัว | ต่ำมาก เนื่องจาก eMatrix เร่งสร้างคอลลาเจนมาทดแทน |
| ระดับความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ | ปานกลาง | ปานกลาง-ดี | สูงมาก เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน |
ขั้นตอนการรักษาและการดูแลตัวเองหลังทำหัตถการ
ขั้นตอนการรักษา
การเตรียมผิว: ทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาเฉพาะที่ 45-60 นาที จากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุดบริเวณที่มีพังผืดหนา
ขั้นตอน Subcision: แพทย์สอดเข็มเข้าใต้ชั้นผิวเพื่อทำการเซาะตัดพังผืดอย่างละเอียดทีละจุด
ขั้นตอน eMatrix: ทำความสะอาดผิวและยิงพลังงาน Fractional RF ครอบคลุมทั่วบริเวณใบหน้าและเน้นย้ำจุดที่เป็นหลุมสิว
การดูแลหลังทำ
ประคบเย็น: ประคบเย็นเบาๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำจาก Subcision
งดสัมผัสน้ำ: หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ
การดูแลสะเก็ด: สะเก็ดขนาดเล็กของ eMatrix จะหลุดออกเองภายใน 5-7 วัน ห้ามแกะ เกา หรือขัดถู
การป้องกันแสงแดด: ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ PA++++ เป็นประจำทุกวัน และหลีกเลี่ยงแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
ฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างแม่นยำและปลอดภัยที่ Proderma Clinics
การทำหัตถการตัดพังผืดหลุมสิวร่วมกับการใช้เครื่อง eMatrix จำเป็นต้องได้รับการประเมินและลงมือทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง (Board-Certified Dermatologist) เนื่องจากความลึกของระนาบเข็มและการตั้งค่าพลังงาน RF ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์การรักษา
Proderma Clinics มอบการดูแลรักษาหลุมสิวด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ขั้นสูง ใช้เครื่อง eMatrix แท้ที่ผ่านการรับรองจาก US FDA พร้อมหัวทิปแท้แบบ Single-use เปลี่ยนใหม่ทุกเคส และอุปกรณ์ Subcision ปลอดเชื้อมาตรฐานโรงพยาบาล ศึกษาข้อมูลและโปรโมชั่นคอร์สรักษาได้ที่ หน้าบริการรักษาหลุมสิว eMatrix
สอบถามข้อมูล หรือส่งภาพ
เพื่อรับคำปรึกษา ฟรี
จากแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตัดพังผืดหลุมสิวพร้อมกับ eMatrix ในวันเดียวกันได้หรือไม่
สามารถทำในวันเดียวกันได้ โดยแพทย์จะทำการตัดพังผืดใต้ผิวเพื่อคลายแรงดึงรั้งก่อน จากนั้นจึงยิง eMatrix เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ทันที
การทำ Subcision ร่วมกับ eMatrix เจ็บมากหรือไม่
ก่อนทำหัตถการจะมีการแปะยาชาแบบครีมและฉีดยาชาเฉพาะจุดในบริเวณที่ต้องทำ Subcision ทำให้รู้สึกตึงหรือเจ็บเพียงเล็กน้อยระหว่างทำ
หลังทำจะมีรอยช้ำกี่วัน
รอยช้ำจากการตัดพังผืดใต้ผิวหนังจะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 7-14 วัน สามารถประคบเย็นในช่วง 1-2 วันแรกเพื่อช่วยลดรอยช้ำได้เร็วขึ้น
ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผลลัพธ์หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างชัดเจน
โดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก และแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนสร้างตัวขึ้นมาเติมเต็มอย่างสมบูรณ์
พังผืดหลุมสิวที่ตัดแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่
พังผืดที่ถูกตัดขาดแล้วจะไม่กลับมาต่อกันอีก และการทำ eMatrix ร่วมด้วยจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่เข้ามาเติมเต็มในช่องว่าง ป้องกันไม่ให้ผิวหนังยุบตัวลงไปติดกับชั้นล่างซ้ำเดิม
ขอบคุณ ทุกๆรีวิว ที่เป็นกำลังใจให้เรานะคะ


























































โทรศัพท์ : 088-0410888, 02-2796587, 02-6198407, 086-5684144
Email : clinicproderma@gmail.com
Line Official Account: @proderma
Facebook : Proderma
Instagram (IG) : Proderma
Tiktok : @prodermaclinic



