Ulthera vs HIFU ต่างกันอย่างไร?
ข้อแตกต่างสำคัญที่สุดระหว่าง Ulthera vs HIFU คือเทคโนโลยีการมองเห็น (Visualization) เครื่อง Ultherapy หรือที่เราเรียกกันว่า Ulthera มีหน้าจอ DeepSEE™ ที่สแกนดูชั้นผิวได้แบบ Real-time ทำให้แพทย์สามารถวางแผนและยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้แม่นยำทุกช็อต ในขณะที่ HIFU ทั่วไปเป็นการยิงแบบ “กะระยะ” (Blind treatment) ซึ่งอาศัยความชำนาญในการคาดเดาชั้นผิว นอกจากนี้ Ultherapy ให้
สรุปประเด็นสำคัญ
- เทคโนโลยีหน้าจอ: Ulthera มีหน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบ Real-time ทำให้แพทย์เห็นชั้น SMAS แม่นยำทุกช็อต ส่วน HIFU ทั่วไปเป็นการยิงแบบกะระยะ (Blind Treatment)
- ความคุ้มค่าของเวลา: Ulthera ทำเพียงปีละ 1 ครั้ง ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่า ในขณะที่ HIFU อาจต้องทำซ้ำทุก 3-6 เดือนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน
- ความปลอดภัย: ด้วยความที่ Ulthera มองเห็นชั้นผิว แพทย์จึงสามารถหลีกเลี่ยงเส้นประสาทและกระดูกได้ ลดความเสี่ยงหน้าตอบหรือผิวไหม้
- คุณภาพความร้อน: Ulthera ปล่อยพลังงานความร้อนที่เสถียรกว่า (60-70°C) ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ดีที่สุดในการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
เปิดศึกยกกระชับ: Ultherapy Prime กับ HIFU/Macrofocus ต่างกันที่ตรงไหน?
หลายคนที่มีงบประมาณในใจระดับหนึ่งมักเกิดคำถามว่า “จะจ่ายแพงกว่าเพื่อทำ Ulthera ดีไหม หรือจะประหยัดงบทำ HIFU ทั่วไปดี?” ความจริงแล้วทั้งคู่ใช้คลื่นเสียงเหมือนกัน แต่ความ “พรีเมียม” และ “ผลลัพธ์” ที่ได้นั้นมาจากรายละเอียดทางเทคโนโลยีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
1. เทคโนโลยีคลื่นเสียง: MFU-V vs Focused Ultrasound
แม้พื้นฐานจะเป็น Ultrasound เหมือนกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization) ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ จุดเด่นคือการบีบพลังงานให้เป็นจุดเล็กๆ ที่มีความเข้มข้นสูง (Micro-focus) ลงไปใต้ผิวได้อย่างจำเพาะเจาะจง ในขณะที่ HIFU ทั่วไป (High Intensity Focused Ultrasound) พลังงานมักจะเป็นแบบ Macrofocus หรือจุดพลังงานที่ใหญ่กว่า แต่อาจมีความเสถียรน้อยกว่าและกระจายตัวกว้างกว่า ทำให้การกระตุ้นคอลลาเจนในจุดที่ต้องการจริงๆ อาจทำได้ไม่คมเท่า Ulthera
2. ความแม่นยำของการยิง (Precision): เห็น vs ไม่เห็น
นี่คือ “Game Changer” ของวงการยกกระชับครับ
- Ultherapy (See-Plan-Treat): มีหน้าจออัลตราซาวด์ที่แพทย์มองเห็นชั้นผิวหนังของคนไข้จริงๆ ในขณะทำ (Real-time Visualization) แพทย์จะเห็นเลยว่าชั้นไขมันหนาแค่ไหน ชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) อยู่ลึกเท่าไหร่ ทำให้ยิงพลังงานลงไป “ล็อก” ผิวได้ถูกจุดเป๊ะๆ และที่สำคัญคือ หลบเลี่ยงอันตราย เช่น เส้นประสาท หรือกระดูกได้ครับ
- HIFU ทั่วไป (Blind Firing): เครื่องส่วนใหญ่ไม่มีหน้าจอ แพทย์หรือผู้ให้บริการต้องใช้การ “กะระยะ” ความลึกมาตรฐาน (เช่น 4.5 mm) ซึ่งในความเป็นจริง ผิวหน้าของแต่ละคนหนาบางไม่เท่ากัน การยิงแบบไม่เห็นชั้นผิวอาจทำให้พลังงานลงไม่ถึงชั้น SMAS หรือไปโดนชั้นที่ไม่ควรโดนได้
3. คุณภาพของจุดพลังงาน (TCPs)
งานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) คือช่วง 60-70°C อ้างอิงข้อมูลเรื่องอุณหภูมิและการสร้างคอลลาเจนจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Thermal Injury and Wound Healing ซึ่ง Ulthera สามารถทำอุณหภูมินี้ได้อย่างเสถียรในทุกๆ จุดที่ยิง (Thermal Coagulation Points – TCPs) จุดพลังงานเรียงตัวสวยสม่ำเสมอ ในขณะที่ HIFU บางรุ่นอาจทำอุณหภูมิได้ไม่ถึง หรือพลังงานไม่สม่ำเสมอ ทำให้การสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: จ่ายครั้งเดียวจบ หรือต้องจ่ายจุกจิกหลายรอบ?
เมื่อมองที่ “ป้ายราคา” Ulthera อาจดูสูงกว่า แต่ถ้าลองกางตารางเวลาดูความคุ้มค่าในระยะยาว (Long-term Value) จะพบมุมมองที่น่าสนใจครับ
เรื่องของเวลา (Duration)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ultherapy Prime | HIFU (ทั่วไป) |
|---|---|---|
| ความถี่และผลลัพธ์ | ทำเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป (บางเคสดูแลดีอยู่ได้ถึง 1.5 - 2 ปี) เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ไม่อยากเจ็บตัวบ่อยๆ อ่านรายละเอียด Ultherapy Prime | ปกติต้องทำ 3-5 ครั้งต่อปี เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและคงอยู่ |
| ความคุ้มค่า / เวลา | ลงทุนครั้งเดียวจบ ประหยัดเวลาเดินทาง ไม่ต้องพักหน้าบ่อยครั้ง ได้ความแม่นยำสูงสุดจากหน้าจอแสดงผล | การต้องเดินทางมาบ่อยๆ และพักหน้าบ่อยครั้ง เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งปีแล้ว อาจใกล้เคียงหรือ แพงกว่าการทำ Ulthera ครั้งเดียว ด้วยซ้ำ |
ความเจ็บและความรู้สึก (Comfort)
สมัยก่อนหลายคนกลัว Ulthera เพราะ “เจ็บ” แต่ปัจจุบันด้วยเทคนิคการยิงแบบใหม่ และ Software ของ Ultherapy Prime ที่มีการปรับปรุงระบบการปล่อยพลังงาน ประกอบกับการดูแลจัดการความเจ็บปวด (Pain Management) ที่ดีของทาง ProDerma ทำให้ความรู้สึกขณะทำนั้นสบายขึ้นมาก ใกล้เคียงกับการทำ HIFU รุ่นใหม่ๆ แต่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าครับ
ทำไมการทำ Ultherapy Prime ที่ Proderma Clinics ถึงให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า?
เครื่องมือดีคือส่วนหนึ่ง แต่ “คนใช้เครื่องมือ” คือกุญแจสำคัญครับ ที่ ProDerma Aesthetic Clinics เรายึดมั่นในมาตรฐานทางการแพทย์สูงสุด:
- แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง (Board Certified Dermatologist) เป็นคนทำเอง: เราไม่ได้ให้พนักงานทั่วไปเป็นคนยิงเครื่อง Ulthera แต่เป็นคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างผิวหนัง เป็นผู้อ่านค่าหน้าจอ DeepSEE™ วิเคราะห์ชั้น SMAS และวางแผนการยิงเองทุกเคส
- เครื่องแท้ตรวจสอบได้ 100%: เราใช้เครื่อง Ulthera ของแท้จาก Merz Aesthetics มั่นใจได้ในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
- Technique เฉพาะ: คุณหมอของเรามีเทคนิคการยิงที่ออกแบบมาเพื่อรูปหน้าคนเอเชียโดยเฉพาะ เน้นการยกกระชับพร้อมเก็บกรอบหน้าให้คมชัด โดยเจ็บน้อยที่สุด
Battle of Lifting: ตารางเปรียบเทียบ Ultherapy Prime vs General HIFU
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ultherapy Prime (US FDA) | General HIFU / Macrofocus |
|---|---|---|
| เทคโนโลยี | Microfocused Ultrasound + Visualization (มีหน้าจอเห็นชั้นผิว) | High Intensity Focused Ultrasound (ส่วนใหญ่ไม่มีหน้าจอ) |
| ความแม่นยำ | แม่นยำสูงที่ชั้น SMAS (See-Plan-Treat) | กะระยะความลึก (Blind treatment) |
| พลังงานความร้อน | 60-70°C (เสถียรและดีที่สุดต่อการสร้างคอลลาเจน) | 45-60°C (พลังงานอาจไม่เสถียร) |
| จำนวนครั้งที่ทำ | 1 ครั้ง / ปี | 3-5 ครั้ง / ปี |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นาน | 1 - 2 ปี | 3 - 6 เดือน |
| ความปลอดภัย | สูงมาก (แพทย์มองเห็นเส้นประสาท/กระดูกขณะทำ) | มีความเสี่ยงผิวไหม้หรือบาดเจ็บหากยิงผิดชั้น |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่ต้องการยกกระชับจริงจัง / วัย 30+ / ไม่ค่อยมีเวลา | ผู้ที่ต้องการดูแลผิวเบื้องต้น / วัยรุ่น / งบจำกัด |
ใครเหมาะกับอะไร? เลือกเครื่องมือให้ตรงกับปัญหาผิว
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ultherapy Prime | HIFU (ทั่วไป) |
|---|---|---|
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อยชัดเจน กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีเหนียงสะสม | น้องๆ นักศึกษาหรือวัยเริ่มทำงาน (Early 20s) ที่ผิวหน้ายังดีอยู่ แต่อยากป้องกันไว้ก่อน |
| ช่วงอายุ / สภาพผิว | คนวัย 30+ ที่คอลลาเจนเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วและต้องการการยกกระชับลึก | คนที่มีริ้วรอยน้อยมาก หรือแค่ต้องการให้ใบหน้าดูเรียวเล็กน้อย |
| ผลลัพธ์ที่ได้รับ | คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ "เป๊ะ" และแม่นยำ ด้วยหน้าจอ Real-time Visualization | เน้นการคงสภาพผิว (Maintenance) ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนเท่าในกรณีที่ผิวหย่อนคล้อยมาก |
| ความถี่และผลลัพธ์ | ทำเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป (บางเคสดูแลดีอยู่ได้ถึง 1.5 - 2 ปี) เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ไม่อยากเจ็บตัวบ่อยๆ อ่านรายละเอียด Ultherapy Prime | ปกติต้องทำ 3-5 ครั้งต่อปี เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและคงอยู่ |
| ความคุ้มค่า / เวลา | ลงทุนครั้งเดียวจบ ประหยัดเวลาเดินทาง ไม่ต้องพักหน้าบ่อยครั้ง ได้ความแม่นยำสูงสุดจากหน้าจอแสดงผล | การต้องเดินทางมาบ่อยๆ และพักหน้าบ่อยครั้ง เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งปีแล้ว อาจใกล้เคียงหรือ แพงกว่าการทำ Ulthera ครั้งเดียว ด้วยซ้ำ |
บทสรุป
หากคุณกำลังมองหาความคุ้มค่าในระยะยาว และต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย และเห็นผลจริง การเลือก Ulthera ย่อมเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าครับ แต่ทั้งนี้การเลือกเครื่องมือต้องดูที่สภาพผิวหน้าเป็นหลัก
ให้แพทย์ผิวหนังที่ ProDerma ช่วยดูแลคุณ
เราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะกับคุณที่สุด ด้วยความจริงใจและมาตรฐานทางการแพทย์
FAQ
Q: ทำ Ulthera แล้ว เจ็บกว่า HIFU จริงไหม?
A: ในอดีต Ulthera อาจจะรู้สึกเจ็บกว่า HIFU เล็กน้อยเนื่องจากพลังงานที่สูงกว่า แต่ปัจจุบันด้วยเครื่องรุ่นใหม่และเทคนิคการระงับความเจ็บปวดที่ดีขึ้นที่ ProDerma คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่าความรู้สึกอยู่ในระดับที่ทนได้สบาย ไม่ต่างจาก HIFU รุ่นใหม่ๆ แต่ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่ามากครับ
Q: ถ้าเคยทำ HIFU มาแล้ว จะเปลี่ยนมาทำ Ulthera ได้เลยไหม ต้องเว้นกี่เดือน?
A: สามารถทำได้ครับ หากเพิ่งทำ HIFU มา แนะนำให้เว้นระยะประมาณ 1-2 เดือนเพื่อให้ผิวหายจากการระบมภายในก่อน แล้วจึงเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิวและทำ Ulthera เพื่อเก็บรายละเอียดและล็อกความกระชับให้อยู่ได้นานขึ้น
Q: ทำไมราคา Ulthera ถึงสูงกว่า HIFU หลายเท่า?
A: ต้นทุนสำคัญอยู่ที่ “หัวทิป (Transducer)” ของแท้ที่มีราคาสูง ซึ่งเป็นหัวที่ผ่านการรับรองจาก US FDA และมีเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลที่แม่นยำ ต่างจาก HIFU ทั่วไปที่ต้นทุนเครื่องและหัวยิงต่ำกว่ามาก และไม่มีมาตรฐานรับรองระดับสากลเท่า Ulthera
Q: Ulthera ช่วยสลายไขมันแก้มได้ดีกว่า HIFU ไหม?
A: Ulthera ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสลายไขมันโดยตรงเหมือนเครื่องสลายไขมัน แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจทำให้ไขมันบางส่วนกระชับขึ้นได้ จุดเด่นของ Ulthera คือการดึงชั้น SMAS และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น ซึ่งจะช่วยให้แก้มที่ดูห้อยย้อย ดูกระชับและหน้าเล็กลงได้ดีกว่า HIFU ในแง่ของการยกพยุงครับ
Q: ทำ Ulthera อย่างเดียว หรือทำ HIFU คู่กับ Botox อันไหนคุ้มกว่า?
A: ขึ้นอยู่กับปัญหาครับ ถ้าปัญหาริ้วรอยเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ (เช่น ตีนกา) Botox จำเป็นต้องใช้ร่วมด้วย แต่ถ้าปัญหาคือความหย่อนคล้อยของผิวหนัง การทำ Ulthera ครั้งเดียวมักให้ผลลัพธ์โครงสร้างหน้าที่ดีกว่าการทำ HIFU หลายครั้ง การทำ Ulthera คู่กับ Botox จึงเป็น Combo ยอดฮิตที่ให้ผลลัพธ์หน้าเด็กครบวงจรที่สุดครับ
Email : clinicproderma@gmail.com
Line Official Account: @proderma
Facebook : Proderma
Instagram (IG) : Proderma
Tiktok : @prodermaclinic
ขอบคุณ ทุกๆรีวิว ที่เป็นกำลังใจให้เรานะคะ


























































แชทปรึกษา
หรือส่งรูปประเมินสภาพผิวเบื้องต้น (ฟรี)
About Us
AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL
- 02-2796587
- 02-6198407
- 088-0410888
- 086-5684144
- clinicproderma@gmail.com
- 1019 -1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400 (ติด BTS สถานีสนามเป้า ทางออกที่ 1 ติดถนนพหลโยธิน ร้านสีขาวทางซ้ายมือ)
- เวลาทำการ : ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11:00 – 20:00 น.
Map
Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400



