เทคนิคการทำ Program Ulthera PRIME ที่ ProDerma Clinic
เพราะการยกกระชับไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน Lines เพียงอย่างเดียว
หลายคนเข้าใจว่าการทำ Program Ulthera PRIME จะได้ผลดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจำนวน Lines ที่ใช้ เช่น 300, 600 หรือ 900 Lines แต่ในความเป็นจริง จำนวน Lines เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การประเมินใบหน้าก่อนการรักษา การเลือกชั้นผิวที่เหมาะสม การวางแนวการยิง (Vector) การเลือกหัว (Transducer) และการออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ที่ ProDerma Clinic แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าของผู้รับบริการทุกคนก่อนรักษา เพื่อให้การใช้ Program Ultherapy PRIME เหมาะสมกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ใช่เพียงการใช้จำนวน Lines เท่ากันกับทุกคน
มาตั้งแต่ปี 2004 ได้มีการพัฒนา เครื่อง Ultrasound มาใช้กับผิวหนังได้สำเร็จ โดยนำมาใช้ เพื่อ ความสวยงามทางการแพทย์
โดยแพทย์ผิวหนังชื่อดัง ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ในวงการแพทย์ผิวหนังชั้นแนวหน้า คนหนึ่งของโลกชื่อ DR. Rox Anderson ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของสถาบัน Wellman Center for Photomedicine , Boston ,MA , USA เป็นผู้วิจัยทางการแพทย์ และพัฒนาสินค้า รวมทั้งการทดลองกับคนไข้ จนได้เครื่อง อัลตราซาวน์ เครื่องแรก ที่ใช้ในการยกกระชับผิว โดยเครื่อง Ulthera รุ่นแรก ชื่อว่า Ulthera Legacy จากนั้นอีก 15 ปี ได้มีการพัฒนาเครื่องรุ่นใหม่ คือ Ulthera prime
ต้องยอมรับว่ากระแสของ Ulthera ได้รับความนิยม อย่างกว้างขวาง หลายคนบอกว่าได้ผลลัพท์ดีมาก แต่ในขณะที่บางคน กลับไม่เห็นผล
Proderma ในฐานะคลินิก ที่มีการใช้ Ulthera มาอย่างยาวนาน และได้รับรางวัลสูงสุดในไทย หลายปีซ้อน จะมาไขความลับให้ฟัง
Ulthera คือ อะไร
อัลเทอร่า โดยใช้ คลื่นเสียง ที่มีความถี่สูง ที่มีความเฉพาะเจาะจง และความแม่นยำ ( Focus Ultrasound ) เพื่อใช้ใน การยกกระชับ แก้ปัญหา ผิวหย่อนคล้อย ให้ตึงขึ้น หลังการทำสามารถแต่งหน้าได้ปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้น
หลักการทำงาน ของ อัลเทอร่า
อัลเทอร่า อาศัยเทคโนโลยี การปล่อยพลังงานคลื่นเสียง ที่มีความเฉพาะเจาะจง ไปยังผิวหนัง แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนจุดเล็กๆ ลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวหนัง มุ่งเป้าหมายรอยต่อของ ชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน ( SMAS ) ซึ่งเทคโนโลยีอื่น ๆ ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำได้ยกเว้นการทำศัลยกรรม
การส่งผ่านความร้อนนี้จะลงเป็นจุดเล็ก ๆ ที่มีระยะห่าง ระหว่างจุดเท่าๆกัน ประมาณ 1 มม. จึงมีความสม่ำเสมอของพลังงาน ที่ลงสู่ใต้ผิว และยังสามารถลงลึก ได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำการรักษา โดยแพทย์สามารถเห็นสภาพผิวหนังที่กำลังรักษาผ่านหน้าจอเครื่องตลอดเวลา นำมาซึ่งการรักษาที่แม่นยำสูง และ ได้ผลการรักษาที่แน่นอนกว่า
การประเมินใบหน้าก่อนรักษา
เมื่อเกิดความหย่อนคล้อยของผิวหน้า ปัญหาหลักจะเกิดขึ้นจาก 4 ส่วน
- ชั้นไขมัน บางคนมีชั้นไขมันที่หนา ทำให้แม้ใช้หัวยิง 4.5 อาจเข้าไปไม่ถึงชั้น SMAS แนะนำอาจทำโปรแกรมอื่นที่ช่วยลดไขมันก่อน เช่น MINIFX THERMAGE
- คลอลาเจนลดลง ทำให้เกิดความหย่อนคล้อย โดยจะแบ่งเป็นหลายระดับ
- โครงสร้างกระดูก เมื่ออายุมากขึ้น โครงกระดูกมักเกิดการทรุดตัว เช่น บริเวณใต้ตา ขมับ
- กล้ามเนื้อ ในบางบริเวณอาจทำให้เกิดรอยย่น แต่บางบริเวณอาจดึงให้เกิดความหย่อนคล้อย
ซึ่งหลายคนอาจจะมีปัญหาหลายส่วนร่วมกัน
ดังนั้นหมายความว่า ulthera อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ทุกปัญหาของเราได้
ทำไมจำนวน Lines เท่ากัน แต่ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน
ถึงแม้จะใช้จำนวน Lines (ไลน์) ของ Ulthera เท่ากัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลที่ไม่เหมือนกันครับ โดยมีสาเหตุหลัก 5 ประการ ดังนี้:
อายุต่างกัน: ผิวของช่วงวัยที่ต่างกันมีอัตราการเสื่อมสลายของคอลลาเจนและอีลาสตินไม่เท่ากัน รวมถึงความสามารถในการสร้างคอลลาเจนใหม่หลังทำหัตถการก็แตกต่างกันด้วย
ความหย่อนคล้อยต่างกัน: ระดับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อและผิวหนังในแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนหย่อนคล้อยมากเป็นพิเศษ การใช้จำนวนไลน์เท่ากันจึงกระจายความแน่นและยกกระชับได้ไม่เท่ากัน
ปริมาณไขมันต่างกัน: ชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่มีความหนาบางต่างกัน มีผลต่อการส่งผ่านพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ทำให้การตอบสนองต่อพลังงานความร้อนในชั้นผิวมีความแตกต่างกัน
โครงสร้างกระดูกต่างกัน: รูปหน้าและโครงสร้างกระดูกรองรับใบหน้าที่ไม่เหมือนกัน ทำให้จุดที่ต้องเน้นย้ำหรือทิศทางการดึงล็อกกรอบหน้ามีความแตกต่างกันในแต่ละเคส
เคยทำหัตถการมาก่อนหรือไม่: ประวัติการทำเลเซอร์, ร้อยไหม, การฉีดฟิลเลอร์ หรือศัลยกรรมมาก่อนหน้า มีผลต่อสภาพเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวและการสะสมของพังผืด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการดูด
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ว่าทุกคนจะต้องใช้ 300 หรือ 600 Lines เท่ากัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องเป็นผู้วิเคราะห์และประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อออกแบบจำนวนไลน์และพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละเคสอย่างแท้จริงครับ
ULTHERA SPT Technique ของ ProDerma
SEE มองเห็นชั้นผิวด้วยเทคโนโลยี MFU-V ทำให้รู้ความต้องการของผิวที่ถูกต้อง รวมถีงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับการรักษาที่ดีที่สุด
PLAN แพลนเฉพาะคุณโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์ความงามจะใช้ข้อมูลภาพแบบเรียลไทม์ในการประเมินองค์ประกอบและโครงสร้างเพื่อวางแผนร่วมกับคุณให้ได้แผนการยกกระชับแบบเฉพาะคุณเท่านั้น เพราะผิวคุณไม่เหมือนใคร
TREAT ยกกระชับมั่นใจ Ultherapy ตอบโจทย์เฉพาะคุณ
นอกจากนั้นแล้ว”การวางแนวการยิง (Vector)” ซึ่งถือเป็นเทคนิคเฉพาะตัวที่แพทย์ต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยมีแนวทางการยิงหลักๆ ดังนี้ครับ:
ยิงแนวตั้ง: เป็นการส่งพลังงานเพื่อช่วยพยุงและดึงเนื้อเยื่อผิวหน้าที่หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงให้กลับ ัขึ้นสู่ด้านบน ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยโดยรวมและช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น
ยิงเฉียง: เป็นการวางแนวพลังงานในมุมองศาที่สอดคล้องกับทิศทางของมัดกล้ามเนื้อและชั้นผิว เพื่อช่วยเก็บรายละเอียด เก็บกรอบหน้า และปรับรูปหน้าให้มีความสมส่วนเข้ารูปตามโครงสร้างกายวิภาคของแต่ละบุคคล
ยิงตามแรงดึงของใบหน้า: เป็นการประเมินทิศทางแรงดึงและแนวการหย่อนคล้อยตามธรรมชาติของผิวหน้าคนไข้แต่ละเคส ซึ่งมีทิศทางแตกต่างกัน การยิงให้สอดคล้องกับแนวนี้จะช่วยให้ผิวถูกดึงรั้งไปในทิศทางที่ถูกต้องและดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ด้วยความซับซ้อนของทิศทางและเวกเตอร์เหล่านี้ แพทย์จึงไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดียวกันกับทุกคนได้ แต่จะต้องออกแบบแนวการยิงเฉพาะบุคคลร่วมกับการกำหนดพลังงานและจำนวน Lines ให้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
การเลือกหัว (Transducer) สำหรับ Program Ultherapy PRIME
หัวของ Program Ultherapy PRIME แต่ละชนิดสามารถส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกัน แพทย์จึงต้องเลือกหัวให้เหมาะกับบริเวณที่รักษา ความหนาของผิว ชั้นไขมัน และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ไม่ได้ใช้หัวแบบเดียวกันหรือจำนวน Lines เท่ากันในทุกคน
| หัว Transducer | ความลึก | บริเวณที่มักพิจารณาใช้ |
|---|---|---|
| 1.5 mm | ชั้นผิวตื้น | รอบดวงตาและบริเวณผิวบาง |
| 3.0 mm | ชั้นหนังแท้ส่วนลึก | แก้ม ใต้คาง และบริเวณที่ต้องการดูแลความกระชับของผิว |
| 4.5 mm | ชั้นพังผืดระดับลึก | กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอในบริเวณที่เหมาะสม |
ทำไมแต่ละคนจึงเลือกหัวไม่เหมือนกัน?
ผู้รับบริการแต่ละคนมีความหนาของผิว ปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้าแตกต่างกัน บางบริเวณอาจเหมาะกับหัวระดับตื้น ขณะที่บางบริเวณอาจต้องใช้หัวที่ลงลึกกว่า แพทย์อาจเลือกใช้หัวชนิดเดียวหรือหลายชนิดร่วมกันตามการประเมิน เพื่อวางพลังงานให้เหมาะกับชั้นเนื้อเยื่อและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
หมายเหตุ: บริเวณที่ระบุในตารางเป็นข้อมูลทั่วไป การเลือกหัว พลังงาน และจำนวน Lines ควรพิจารณาโดยแพทย์ตามโครงสร้างใบหน้าและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ผลการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ทำไมจึงเลือกทำ Program Ultherapy PRIME ที่ ProDerma Clinic
Program Ultherapy PRIME เป็นเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยทั้งคุณภาพของเครื่องมือ การประเมินโครงสร้างใบหน้า และประสบการณ์ของแพทย์ในการวางแผนการรักษา เนื่องจากผู้รับบริการแต่ละคนมีปัญหาและเป้าหมายที่แตกต่างกัน การเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญไม่แพ้จำนวน Lines ที่ใช้
🏆 รางวัลจาก Merz Aesthetics
ProDerma Clinic ได้รับรางวัลจาก Merz Aesthetics อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงประสบการณ์ในการใช้ Program Ultherapy และความไว้วางใจจากผู้เข้ารับบริการ
🎓 KOL และการอบรมวิชาการ
แพทย์ของคลินิกมีส่วนร่วมในการอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการยกกระชับผิวกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พร้อมติดตามเทคนิคการรักษาใหม่อย่างต่อเนื่อง
👨⚕️ ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
ทุกเคสได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ความหย่อนคล้อย ชั้นไขมัน และออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
⭐ ประสบการณ์หลายปี
คลินิกให้บริการด้านการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์มาอย่างต่อเนื่อง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้เข้ารับบริการจำนวนมาก พร้อมการติดตามผลอย่างเป็นระบบ
📋 วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องใช้จำนวน Lines เท่ากัน แพทย์จะเลือกหัว (Transducer) ความลึก ตำแหน่ง และจำนวน Lines ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
💎 เครื่องมือครบเพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสม
นอกจาก Program Ultherapy PRIME แล้ว ProDerma ยังมี Thermage FLX, Morpheus8 และ EMFACE ทำให้แพทย์สามารถเลือกหรือผสมผสานเทคโนโลยีให้เหมาะกับสภาพผิว ความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน และเป้าหมายของแต่ละบุคคล แทนการใช้วิธีเดียวกับทุกคน
เพราะการยกกระชับที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการประเมินโดยแพทย์ การวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และการเลือกเทคโนโลยีให้ตรงกับปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ulthera
จำนวน Lines ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น อายุ ระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน โครงสร้างกระดูก และประวัติการทำหัตถการมาก่อน แพทย์จึงต้องประเมินและออกแบบจำนวน Lines ให้เหมาะสมกับแต่ละคน ไม่ได้ใช้สูตรตายตัวเดียวกันทุกคน
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะผลลัพธ์ของ Ulthera ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน Lines เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินใบหน้าก่อนรักษา การเลือกชั้นผิวที่เหมาะสม การวางแนวการยิง (Vector) การเลือกหัว (Transducer) และการออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลร่วมด้วย
ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกหัวเสมอไป แพทย์จะพิจารณาเลือกหัว (Transducer) ตามความลึกที่ต้องการรักษา เช่น 1.5 mm สำหรับชั้นผิวตื้น 3.0 mm สำหรับหนังแท้ส่วนลึก และ 4.5 mm สำหรับชั้นพังผืดระดับลึก โดยอาจเลือกใช้หัวชนิดเดียวหรือหลายชนิดร่วมกัน ขึ้นอยู่กับความหนาของผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
ไม่จำเป็นต้องทำร่วมกันเสมอไป แต่ในบางกรณีที่มีชั้นไขมันหนา ซึ่งอาจทำให้พลังงานจาก Ulthera เข้าไม่ถึงชั้น SMAS แพทย์อาจแนะนำให้ทำโปรแกรมอื่นที่ช่วยลดไขมันก่อน เช่น Thermage หรือ MiniFX ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และเป้าหมายของแต่ละบุคคล
เพราะความหย่อนคล้อยของใบหน้าแต่ละคนเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ชั้นไขมัน คอลลาเจนที่ลดลง โครงสร้างกระดูก และกล้ามเนื้อ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อนรักษาจะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่า Ulthera เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนหรือไม่ และควรวางแผนการรักษาอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด
สอบถามข้อมูล หรือส่งภาพ
เพื่อรับคำปรึกษา ฟรี
จากแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
About Us
BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL
- 02-2796587
- 02-6198407
- 088-0410888
- 086-5684144
- clinicproderma@gmail.com
- 1019 -1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400 (ติด BTS สถานีสนามเป้า ทางออกที่ 1 ติดถนนพหลโยธิน ร้านสีขาวทางซ้ายมือ)
- เวลาทำการ : ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11:00 – 20:00 น.
Map
Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400
ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙



