หูด คืออะไร รักษาอย่างไรดี

หูด คืออะไร ? รักษาอย่างไรให้หายขาด ไม่กลับมาเป็นซ้ำ – ProDerma

หูด (Warts) เป็นหนึ่งในปัญหาผิวหนังที่สร้างความรำคาญใจและบั่นทอนความมั่นใจให้กับใครหลายคน ไม่ว่าจะขึ้นที่มือ เท้า ใบหน้า หรือแม้แต่ในร่มผ้า หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหูดเป็นเพียงแค่ตาปลาหรือผิวหนังที่หนาตัวขึ้น จนพยายามแกะ เกะ หรือตัดออกด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่อันตรายมากและอาจทำให้หูดลุกลามใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม

Edit Template

วันนี้ โพรเดอร์มา คลินิก (ProDerma Aesthetic Clinics) จะพาทุกท่านมาเจาะลึกว่า แท้จริงแล้วหูดคืออะไร ติดต่อได้อย่างไร มีกี่ชนิด และนวัตกรรมการรักษาทางการแพทย์แบบไหนที่จะช่วยกำจัดหูดได้อย่างถอนรากถอนโคนและปลอดภัยที่สุด

หูด คืออะไร ? เกิดจากอะไรกันแน่?

หูด คือ โรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) (ไม่ใช่เชื้อไวรัส “ปาโปวา” ตามความเข้าใจเดิมในอดีต เนื่องจากมีการจัดกลุ่มจำแนกตระกูลไวรัสใหม่ทางการแพทย์)

เมื่อผิวหนังของเราได้รับเชื้อไวรัสนี้ จะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดเกิดการหนาตัวและโตขึ้นอย่างผิดปกติ จนกลายเป็นตุ่มนูนแข็ง มีผิวสัมผัสขรุขระ และมักจะมี “ราก” หรือจุดดำ ๆ เล็ก ๆ อยู่ข้างใต้ ซึ่งจุดดำเหล่านั้นคือเส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงตัวหูดนั่นเอง

หูดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนบนร่างกาย โดยทางการแพทย์จะแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลัก ๆ ตามลักษณะรอยโรคและตำแหน่งที่พบ

หูด คืออะไร

1. หูดธรรมดา (common wart)

  • ลักษณะ: เป็นตุ่มนูนแข็ง ผิวขรุขระ ชัดเจน อาจมีสีเทา สีเนื้อ หรือสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดตั้งแต่เล็ก ๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่ปานกลาง
  • พบบ่อยบริเวณ: นิ้วมือ มือ ข้อศอก และเข่า
หูดธรรมดา common wart
หูดชนิดแบน plane wart

2. หูดชนิดแบน (plane wart)

ลักษณะ ของหูดชนิดนี้ จะเป็นเม็ดเล็กแข็ง แต่ผิวเรียบ ซึ่งต่างจาก หูดธรรมดา เพราะว่า หูดธรรมดา จะมีผิวขรุขระกว่า
ตำแหน่งที่พบ ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ หลังมือ หน้าแข็ง หน้าผาก

3. หูดฝ่าเท้า (plantar wart)

ลักษณะเป็นไต แผ่นหนาแข็ง เป็นปื้นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า หูดธรรมดา
ตำแหน่งที่พบ พบที่บริเวณฝ่าเท้า ข้างใต้ฝ่าเท้า

หูดฝ่าเท้า plantar wart

4. หูดที่อวัยวะเพศ

ชนิดที่จะเป็นบริเวณที่อวัยวะเพศ ซึ่งพวกนี้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนใหญ่มักมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ เป็นบริเวณอวัยวะเพศและรูทวาร

หูดติดต่อได้อย่างไร? ทำไมยิ่งแกะ ยิ่งลาม?

หูดสามารถติดต่อได้ง่ายผ่าน การสัมผัสโดยตรง (Direct Contact)

  • ติดต่อจากผู้อื่น: หากผิวหนังของคุณมีรอยถลอก มีแผล หรือมีความอับชื้น แล้วไปสัมผัสกับเม็ดหูดของผู้อื่นโดยตรง หรือใช้สิ่งของร่วมกัน (เช่น ผ้าเช็ดตัว รองเท้า) เชื้อไวรัส HPV ก็จะสามารถเข้าสู่ผิวหนังของคุณได้ทันที
  • แพร่กระจายสู่ตัวเอง (Auto-inoculation): ข้อนี้สำคัญมาก! หลายคนเมื่อเริ่มเป็นหูดเม็ดแรก มักจะรู้สึกหงุดหงิดแล้วพยายาม แกะ เกา ใช้กรรไกรตัดเล็บตัด หรือดึงออกเอง การกระทำนี้จะทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายไปยังบริเวณใกล้เคียง จากหูดเพียงเม็ดเดียวอาจลุกลามกลายเป็น 10–20 เม็ดได้อย่างรวดเร็ว

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นหูดง่ายกว่าคนทั่วไป? หูดพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่จะพบบ่อยเป็นพิเศษในเด็ก วัยรุ่น รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ หรือผู้ที่มีแผลตามผิวหนังบ่อย ๆ

🩺 วิธีการรักษาหูดทางการแพทย์ รักษาอย่างไรดีที่สุด?

ที่ ProDerma Aesthetic Clinics เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางผิวหนังคอยประเมินรอยโรค เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมและเจ็บน้อยที่สุดให้กับคนไข้แต่ละราย โดยวิธีมาตรฐานที่ได้ผลดี มีดังนี้:

1. การทายารักษาหูด (Topical Medication)

เหมาะสำหรับหูดที่มีขนาดเล็ก เพิ่งเริ่มเป็น หรือหูดในเด็ก โดยใช้ยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ (เช่น Salicylic acid) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและทำลายเนื้อเยื่อหูดอย่างช้า ๆ

  • ข้อจำกัด: ต้องใช้ความสม่ำเสมอและใช้เวลารักษานาน อาจไม่เหมาะกับหูดที่มีขนาดใหญ่หรือมีรากลึก

2. การพ่นเย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy)

หนึ่งในวิธียอดนิยมทางการแพทย์ โดยแพทย์จะใช้ไนโตรเจนเหลวที่มีอุณหภูมิต่ำมากพ่นลงบนตัวหูด เพื่อให้เซลล์หูดเกิดความเย็นจัดจนแข็งตัวและหลุดลอกออกไปเอง

  • ข้อดี: เจ็บน้อย ดูแลแผลง่าย ไม่ทิ้งแผลเป็นขนาดใหญ่ มักทำซ้ำทุก ๆ 2-4 สัปดาห์จนกว่าหูดจะหลุดออกหมด

นวัตกรรมการใช้แสงเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงจี้ทำลายตัวหูดและรากหูดอย่างตรงจุด

  • ข้อดี: ได้ผลดีเยี่ยม รวดเร็ว และสามารถกำจัดหูดลึก ๆ ได้ในครั้งเดียว โดยแพทย์จะทำการแปะยาชาหรือฉีดยาชาก่อนทำ ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะรักษา หลังทำจะมีสะเก็ดแผลประมาณ 1 สัปดาห์ ต้องหลีกเลี่ยงน้ำ จึงไม่เหมาะหากต้องการทำในบริเวณแขนขา หรือร่มผ้า

4. การผ่าตัดออก (Surgical Excision)

เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อตัดเอาก้อนหูดและรากออกไปทั้งหมด แต่วิธีนี้ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่และมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าวิธีอื่น ๆ

⚡ 2 วิธีรักษายอดนิยม: เจาะลึก CO2 Laser vs Liquid Nitrogen เลือกแบบไหนดี?

ในการรักษาหูดให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ ทางการแพทย์เฉพาะทางผิวหนังของ ProDerma Aesthetic Clinics จะนิยมใช้ 2 เทคนิคหลักที่มีประสิทธิภาพสูงและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด ดังนี้ครับ

1. การจี้ด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser)

“จบปัญหาในครั้งเดียว แม่นยำ และรวดเร็ว”

วิธีนี้เป็นการใช้ลำแสงเลเซอร์ที่มีความละเอียดสูงและจำเพาะเจาะจง จี้ลงไปทำลายเนื้อเยื่อหูดรวมถึงรากหูดที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนังอย่างแม่นยำ

  • ขั้นตอนการรักษา: แพทย์จะเริ่มด้วยการแปะยาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุดก่อนทำ เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำการเลเซอร์ จากนั้นจะใช้แสงเลเซอร์ CO2 จี้เอาตัวหูดออกทีละชั้นจนถึงรากหูด
  • ผลลัพธ์หลังทำ: หูดจะหลุดออกไปทันทีในครั้งเดียว หลังทำจะมีแผลตกสะเก็ดเล็ก ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งแพทย์จะมีตลับยาฆ่าเชื้อให้ทาเพื่อช่วยให้แผลสมานตัวเร็วและไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
  • เหมาะสำหรับ: หูดเม็ดใหญ่ มีรากฝังลึก หรือผู้ที่ต้องการให้หูดหายไปอย่างรวดเร็วในการรักษาเพียงครั้งเดียว

2. การพ่นเย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen)

“อ่อนโยน ดูแลแผลง่าย ไม่ต้องแปะยาชา”

นวัตกรรมการรักษาโดยใช้ไอเย็นจัดที่มีอุณหภูมิต่ำถึง -196°C พ่นลงบนตัวหูดโดยตรง เพื่อทำให้เซลล์หูดเกิดการแข็งตัวชั่วข้ามคืนแล้วค่อย ๆ ฝ่อและหลุดออกไปเอง

  • ขั้นตอนการรักษา: แพทย์จะใช้หัวพ่นเฉพาะทางจี้ไอเย็นลงบนตัวหูด คนไข้จะรู้สึกเย็นจัดและยิบ ๆ เล็กน้อยขณะทำ โดยไม่จำเป็นต้องแปะยาชาหรือฉีดยาชา สะดวกและรวดเร็วมาก
  • ผลลัพธ์หลังทำ: ตัวหูดจะแห้งและค่อย ๆ หลุดออกไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยไม่มีแผลเปิด คนไข้สามารถโดนน้ำและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที มักนัดมาพ่นซ้ำทุก ๆ 2-4 สัปดาห์จนกว่าหูดจะหมดสนิท
  • เหมาะสำหรับ: หูดที่ฝ่าเท้า (เพราะไม่มีแผลตึงเวลาเดิน) หูดในเด็ก หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงเข็มฉีดยาชา

📊 ตารางเปรียบเทียบเพื่อการตัดสินใจ

หัวข้อเปรียบเทียบCO2 Laser (เลเซอร์จี้)Liquid Nitrogen (พ่นเย็น)
ความรู้สึกตอนทำต้องทายาชา หรือฉีดยาก่อนทำรู้สึกเย็นจัดยิบ ๆ เล็กน้อย (ไม่ต้องใช้ยาชา)
จำนวนครั้งที่ทำอาจครั้งเดียวเห็นผลทำซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ (จนกว่าจะค่อย ๆ หลุดออกหมด)
ลักษณะแผลหลังทำเป็นแผลเปิดขนาดเล็ก มีสะเก็ดแห้งประมาณ 1 สัปดาห์ไม่มีแผลเปิด มีโอกาสเป็นตุ่มน้ำใส ๆ แล้วแห้งไปเอง
การดูแลตนเองงดโดนน้ำ 24 ชั่วโมงแรก และทายาตามแพทย์สั่งไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ โดนน้ำได้ทันที หลีกเลี่ยงการแกะแผลเอง

💡 คำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง ProDerma: หูดแต่ละตำแหน่งและแต่ละขนาดมีความลึกของรากไม่เท่ากัน การเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันการลุกลามและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีที่สุด แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อให้ประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับรอยโรคของคุณที่สุดครับ

💖 ทำไมต้องรักษาหูดที่ ProDerma Aesthetic Clinics?

  • ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง (Board Certified Dermatologist): ประเมินรอยโรคอย่างแม่นยำ เพื่อแยกแยะระหว่าง “หูด” “ตาปลา” หรือ “ติ่งเนื้อ” ได้ถูกต้อง นำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด
  • เครื่องมือและเทคโนโลยีมาตรฐานระดับสากล: ไม่ว่าจะเป็น CO2 Laser หรือนวัตกรรมการรักษาอื่น ๆ มั่นใจได้ในความสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสาธารณสุข
  • บริการใส่ใจ สะดวกสบาย: เดินทางง่าย คลินิกตั้งอยู่ติดบันไดทางออกที่ 1 สถานี BTS สนามเป้า พร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเองและติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

📞 สนใจปรึกษาปัญหาผิวหนังหรือนัดหมายคิวแพทย์

ขอบคุณข้อมูลจาก  พญ.ศศธร สิงห์ทอง

ติดต่อ โพรเดอร์มาคลินิก

ที่ตั้ง : ติดบันได ทางออกที่ 1 สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สนามเป้า

1019/1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท 10400

เปิดทำการ 11:00 – 20:00 ทุกวัน

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-619-8407, 02-279-6587, 086-568-4144

หรือติดต่อ proderma clinic ผ่านทางสังคมออนไลน์ ( Social network )

LINE OFFICIAL ACCOUNT: @Proderma

Email : prodermaesthetic@gmail.com

proderma bangkok

About Us

BOARD CERTIFIED DERMATOLOGIST, AMERICAN BOARD OF DERMATOLOGY IN LASER SURGERY, FELLOWSHIP IN COSMETIC LASER UNIVERSITY OF MIAMI, FELLOW IN DERMATOSURGERY AT RAMATHIBODI HOSPITAL

Map

Proderma โพรเดอร์มา คลินิก 1019-1019/1 พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400

ฆสพ.สบส.๒๘๙๕/๒๕๖๙

Quick Links

Edit Template
Shopping Cart
Scroll to Top